
3 กลุ่มเฝ้าระวัง
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงกลุ่มธุรกิจที่ต้องเฝ้าระวังในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากมีการขยายตัวต่ำหรือมีการหดตัวของผลผลิตของเอสเอ็มอี ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ การสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศที่มีต้นทุนแรงงานและวัตถุดิบต่ำกว่า เช่น จีน อินโดนีเซีย เวียดนาม เป็นต้น
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยถึงกลุ่มธุรกิจที่ต้องเฝ้าระวังในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากมีการขยายตัวต่ำหรือมีการหดตัวของผลผลิตของเอสเอ็มอี ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ การสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศที่มีต้นทุนแรงงานและวัตถุดิบต่ำกว่า เช่น จีน อินโดนีเซีย เวียดนาม เป็นต้น
สำหรับ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจหรือกลุ่มผลิตภัณฑ์ใช้แรงงานมาก เช่น เครื่องหนัง การผลิตกระเบื้องเคลือบ ผลิตภัณฑ์แก้ว ผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องประดับ 2.กลุ่มโลหะอโลหะมูลฐานที่เป็นวัตถุดิบ เช่น เหมืองแร่ เหล็ก ถ่านหิน 3.กลุ่มบริการทางธุรกิจบางประเภท เช่น บริการส่วนบุคคล
ขณะเดียวกันหากแบ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตของผลผลิตต่ำในช่วงที่ผ่านมา จะมีจำนวน 10 กลุ่ม ได้แก่ 1.การผลิตผลิตภัณฑ์คอนกรีต 2.การทําเหมืองถ่านหินและแร่ลิกไนต์ 3.การผลิตผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า 4.การผลิตอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น การผลิตอุปกรณ์การถ่ายภาพ การผลิตนาฬิกา และเครื่องกีฬา เป็นต้น 5.ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้
6.ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ไม่ใช่เหล็ก ถลุงแร่อื่นๆ 7.การผลิตผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่โลหะ เช่น การผลิตกระเบื้องเคลือบและเครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น 8.การทําเหมืองแร่เหล็ก ดีบุก และทังสเตน 9.การบริการทางธุรกิจต่างๆ 10.หนัง และการผลิตเครื่องหนัง
ทั้งนี้ แม้ว่าสาขาธุรกิจหรือกลุ่มผลิตภัณฑ์จะเติบโตต่ำในช่วง 1–2 ปี ที่ผ่านมา แต่เมื่อพิจารณาลึกลงไปในระดับผลิตภัณฑ์ พบว่า ยังมีบางผลิตภัณฑ์ที่มีโอกาสเติบโต หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นการสร้างคุณค่าและมีมูลค่าเพิ่ม เช่น มีการออกแบบ มีการใช้ความคิดสร้างสรรค์ มุ่งเจาะตลาดระดับบนหรือตลาดเฉพาะกลุ่ม รวมทั้งมุ่งเจาะไลฟ์สไตล์คนเมืองคนรุ่นใหม่ พร้อมกับใส่เอกลักษณ์ความเป็นไทยลงไปในสินค้า
ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ได้แก่ การผลิตอุปกรณ์และเครื่องแต่งกายกีฬาในเทศกาลการแข่งขัน ผลิตภัณฑ์กระเบื้องเคลือบตกแต่งบ้าน เครื่องหนังที่มีดีไซน์และใช้วัตถุดิบคุณสมบัติพิเศษ เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีการออกแบบ เป็นต้น
ท้ายที่สุดหากผู้ประกอบการสามารถปรับแนวคิดใหม่ มุ่งผลิตงานสร้างสรรค์ มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม และพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์จะมีโอกาสเติบโตต่อในทั้งตลาดในประเทศและตลาดอาเซียน รวมถึงตลาดโลกอย่างแน่นอน







