posttoday
ลุ่มแม่น้ำโขงแหล่งขุมทรัพย์ใหญ่ บจ.ไทย

ลุ่มแม่น้ำโขงแหล่งขุมทรัพย์ใหญ่ บจ.ไทย

01 มกราคม 2557

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

กลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ถือเป็นแหล่งขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจที่ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ล้อไปกับกระแสเออีซีที่นับถอยหลังเข้าใกล้มาทุกขณะในปี 2558 ไม่เว้นกระทั่งบริษัทจดทะเบียน (บจ.) หลายแห่ง ทั้งหน้าเก่าที่เดินหน้าขยายการลงทุนจากฐานเดิม ส่วนหน้าใหม่ก็ไม่ยอมตกขบวนสำคัญ เพราะจากแผนขยายธุรกิจที่ต้องการเข้าไปปักธงเปิดตลาดใหม่ๆ

เริ่มต้นจากผู้เล่นหน้าใหม่ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) “ปิยะ พงษ์อัชฌา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เล่าว่า ในต้นปี 2557 บริษัทมีแผนที่จะเข้าไปขอพบกับกระทรวงการคลังของพม่า เพื่อขอนำเสนอแผนธุรกิจ รวมถึงการขอใบอนุญาต ซึ่งสนใจเข้าไปดำเนินการธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ยังไม่มีกฎหมายและระเบียบรองรับที่ชัดเจน ขณะที่รัฐบาลพม่ามีนโยบายสนับสนุนการลงทุนธุรกิจต่างชาติที่เอื้อประโยชน์กับประชาชน

ทั้งนี้ พม่าเป็นกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงที่บริษัทเห็นเป็นโอกาสและมีศักยภาพการเติบโตสูงคล้ายกับประเทศไทยในอดีตเมื่อ 20 ปีก่อน ที่บริษัทแม่ คือเจ มาร์ท เคยทำธุรกิจสินเชื่อเงินผ่อนในไทย โดยต้องการเข้าไปบุกเบิกเพื่อสร้างความได้เปรียบในอนาคต

แผนเบื้องต้นจะเน้นการปล่อยสินเชื่อให้กับประชาชนที่มีรายได้ต่ำ ซึ่งเป็นฐานตลาดที่มีขนาดใหญ่และยังมีแนวโน้มที่จะมีรายได้เพิ่มต่อเนื่องได้ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติต้องการเข้าไปลงทุนในพม่าเพิ่มมากขึ้น และมีการจ้างงานสูงขึ้น สะท้อนจากรายได้ขั้นต่ำของพม่าปัจจุบันอยู่ที่ 7,000 บาทต่อเดือน เพิ่มจากช่วง 4 เดือนก่อนที่อยู่ที่เพียง 2,000 บาท ขณะที่การซื้อสินค้าปัจจุบันยังใช้เงินสดเป็นหลัก

นอกจากนี้ จากกฎระเบียบเรื่องการลงทุนที่กำหนดว่าต่างชาติจะต้องร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่น ดังนั้น บริษัทจะเข้าไปร่วมกับบริษัท เอ็มเค ซึ่งเจ้าของเป็นชาวไทย แต่ทำธุรกิจในพม่ามานานกว่า 10 ปี ทั้งธุรกิจสินเชื่อจักรยานยนต์และโรงงานอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ดี ยังมีโอกาสเข้าไปขยายตลาดสินเชื่อเช่าซื้อในตลาดจักรยานยนต์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น แต่ก็มีผลตอบแทนดอกเบี้ยสูงประมาณ 23% ต่อเดือน รวมถึงสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ หลังจากรัฐบาลพม่าอนุญาตให้นำเข้ารถยนต์มือสองจากญี่ปุ่น แต่ยังขาดแหล่งเงินที่ปล่อยสินเชื่อ

“ลงทุนเบื้องต้นคงใช้ 10 ล้านบาทต่อปี หากคุยกับทางการพม่าแล้วมีโอกาสให้เข้าไป ก็พร้อมยืดหยุ่นตามที่ออกใบอนุญาตให้ทำ เพราะเป็นประเทศที่มีโอกาสสูง ตอนนี้สาขาของแม่เรา คือ เจ มาร์ท มีอยู่แล้ว 5 แห่ง และมีโอกาสขยายไปยังธุรกิจรับจ้างติดตามหนี้”

“เพ็ญจันทร์ จริเกษม” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินและการบัญชี บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) กล่าวว่า รายได้รวมในปี 2556 คาดว่าจะอยู่ที่ 7,0008,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนหนึ่งมาจากฐานแหล่งผลิตก๊าซใน 2 ประเทศในกลุ่มลุ่มน้ำโขง คือ พม่า สัดส่วนประมาณ 20% และเวียดนามอีกประมาณ 56% ของรายได้รวม

ในปี 2557 สัดส่วนรายได้ในประเทศพม่าจะขยับขึ้นเป็น 2324% ของรายได้รวม เนื่องจากแหล่งซอติกา (M9) จะเริ่มดำเนินการผลิตในไตรมาสแรกและเข้ามาเต็มปี มีปริมาณการผลิตรวมประมาณ 4.5 หมื่นบาร์เรลต่อวัน ขณะที่เวียดนามจะยังมีสัดส่วนทรงตัว

“แหล่งผลิตพม่าจะยังเป็นฐานแหล่งผลิตที่สำคัญในอนาคตจากบล็อกใหม่ๆ ที่มีสัมปทาน และหากรัฐบาลพม่าและเวียดนามมีนโยบายเปิดให้เอกชนเข้ารับสัมปทานในแปลงก๊าซใหม่ๆ เราพร้อมเข้าไป”

“เมทินี อิสรจินดา” รองผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) กล่าวว่า ในอดีตบริษัทเคยเข้าไปลงทุนในพม่า แต่ต้องถอยกลับออกมาในช่วงที่นานาชาติมีการคว่ำบาตรพม่าจากปัญหาการเมือง

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันบริษัทมีการขายสินค้าต่างๆ เข้าไปในประเทศกลุ่มลุ่มน้ำโขง ทั้งลาว เวียดนาม กัมพูชา รวมถึงพม่าที่มีสำนักงานตัวแทนด้วย โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อร่วมทุนกับพันธมิตร

ขณะที่แผนธุรกิจของบริษัทถึงปี 2560 มีเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วนแหล่งที่มาของรายได้รวมจากต่างประเทศเป็นสัดส่วน 50% จากในช่วง 9 เดือนปี 2556 ที่มีรายได้สัดส่วนประมาณ 18% จากรายได้รวมที่ประมาณ 3.1 หมื่นล้านบาท

“การเพิ่มสัดส่วนรายได้ดังกล่าวจะมาจากกลุ่มประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงเป็นหลัก โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งมีสัดส่วนของรายได้สูงสุดจากต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท จากรายได้ต่างประเทศของในช่วง 9 เดือนที่ทำได้ประมาณ 3.1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีฐานโรงงานบรรจุภัณฑ์ทั้งแก้วและกระป๋อง

“เวียดนามเป็นประเทศเรือธงสำคัญจากฐานธุรกิจขนาดใหญ่ โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ซึ่งเราเข้าไปนานทำให้มีความเข้าใจดีถึงกฎระเบียบต่างๆ และวัฒนธรรมของคนอย่างดี อีกทั้งในช่วง 3 ปีถึงปี 2559 มีแผนจะขยายเพิ่มสาขาร้านค้าสะดวกซื้อแบรนด์บีมาร์ทเป็น 300 แห่ง ซึ่งเป็นจุดคุ้มทุน จากสิ้นปีนี้ที่มีสาขาที่ 60 แห่ง ส่วนในลาวมีแผนร่วมทุนธุรกิจร้านสะดวกซื้อกับพันธมิตรท้องถิ่น ปีหน้าจะเริ่มเห็นรูปแบบชัดเจนขึ้น”

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า