
ปีม้าท้าทายธุรกิจฟื้นยอด
ประเดิมปีม้า 2557 ด้วยการจับตาแต่ละภาคธุรกิจที่ยังต้องฝ่าฟันปัจจัยลบที่เกิดขึ้นรอบด้านอันเป็นปัญหาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2556 ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ กำลังซื้อ รวมไปถึงเศรษฐกิจโลก
ประเดิมปีม้า 2557 ด้วยการจับตาแต่ละภาคธุรกิจที่ยังต้องฝ่าฟันปัจจัยลบที่เกิดขึ้นรอบด้านอันเป็นปัญหาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2556 ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ กำลังซื้อ รวมไปถึงเศรษฐกิจโลก
การเมืองบั่นทอนเที่ยวไทย
เริ่มกันที่ธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเส้นเลือดใหญ่ของธุรกิจไทย โดย ชนินทธ์ โทณวณิก กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เครือโรงแรมดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า การเมืองจะเป็นปัญหาท้าทายกับไทยต่อไปในปี 2557 เพราะถึงแม้จะมีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เกิดขึ้นจริง ก็ไม่ช่วยแก้ปัญหาที่ประเทศเผชิญอยู่ แต่หวังว่าแนวโน้มการเผชิญหน้าจนเกิดความรุนแรงเหมือนในอดีตจะลดลง และไม่น่าจะเดินไปสู่จุดเลวร้ายที่ไทยเคยเผชิญความรุนแรงถึงขั้นเสียเลือดเสียเนื้อเมื่อ พ.ค.2553 เพราะทุกคนเรียนรู้ความเสียหายที่ตามมาแล้ว
ขณะที่การท่องเที่ยวในปี 2557 จะดีมาก เพราะไทยยังเป็นจุดหมายท่องเที่ยวอันดับ 1 ในใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่จำนวนนักท่องเที่ยวจะไม่เติบโตสูงเท่าเดิม เพราะนักท่องเที่ยวจีนจะลดลงหลังจีนมีกฎหมายท่องเที่ยวใหม่ควบคุมราคาให้สมเหตุสมผล ซึ่งเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวระยะยาว ส่วนกลุ่มยุโรปจะกลับมามากขึ้น สิ่งที่ภาคท่องเที่ยวต้องเร่งฟื้นตลาดประชุม สัมมนา ท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล
นายวิจิตร ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ โรงแรมอินดิโกเพิร์ล จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปัจจัยท้าทายสำหรับการท่องเที่ยวไทยปี 2557 คือ การเมือง หากไม่มีปัญหาการเมือง การท่องเที่ยวจะดีขึ้น เพราะตลาดรัสเซียเติบโตต่อเนื่อง ส่วนตลาดจีนที่ชะลอตัวไปหลังจีนออกกฎหมายใหม่ จะเริ่มปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีตลาดยุโรปกลับมาหลังเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว
สำหรับอีกเรื่องสำคัญคือการดูแลสภาพแวดล้อมที่บั่นทอนความน่าเที่ยวของไทย รัฐต้องสนใจดูแลสิ่งแวดล้อม ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสถานที่ท่องเที่ยวมากขึ้น ทั้งชายหาดและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ต้องบังคับใช้กฎหมายจริงจังกับกลุ่มมิจฉาชีพที่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้ไทยต้องเสียนักท่องเที่ยวคุณภาพไปมาก ขณะที่ระยะกลางและระยะยาว ต้องเร่งพัฒนาบุคลากรและมาตรฐานการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันด้วย
ค่าเงินผกผันกระทบต้นทุน
สำหรับการทำตลาดในปี 2557 การบริหารต้นทุนการผลิตถือว่าเป็นหัวใจสำคัญกับการดำเนินธุรกิจ ความท้าทายอยู่ที่อัตราแลกเปลี่ยนผกผัน โดยเฉพาะค่าเงินบาทอ่อนตัวลง อาจจะส่งผลราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น จึงมีโอกาสจะกระทบต่อต้นทุนการผลิตปรับเพิ่มขึ้น
อลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแอลจี เปิดเผยว่า ความท้าทายในปี 2557 เป็นเรื่องของต้นทุนการผลิตสินค้าที่มีโอกาสปรับขึ้น หากค่าเงินบาทอ่อนตัวลง 3334 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะมีผลต่อราคาน้ำมันและวัตถุดิบนำเข้าราคาสูงขึ้นทันที โดยหากค่าเงินปรับเพิ่มขึ้น 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มีผลทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าปรับเพิ่มขึ้น 35% แน่นอน ช่วงแรกตลาดอาจจะได้รับผลกระทบบ้าง ขณะที่การเมืองเป็นตัวแปรทางเศรษฐกิจปีม้าต่อไปจะดีหรือไม่ดี หากการเมืองไม่จบลง จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมซบเซา ส่วนกำลังการซื้อของผู้บริโภคไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล เพราะคนมีอำนาจการซื้อ แต่ไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอยมากกว่า
ใช้เทคโนโลยีสร้างคนดันเศรษฐกิจ
จากการคาดการณ์ของไอดีซี บริษัทวิจัยทางการตลาด มองว่า ปี 2557 ประเทศไทยจะมีเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาให้ได้ทดลองใช้มากขึ้น ระบบโซลูชั่นบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจจะได้รับความสนใจมากขึ้น หลังจากที่ 2 ปีหลังมานี้ พบกับปัญหาอุทกภัย ต่อด้วยปัญหาการชุมนุมทางการเมือง ทำให้การทำธุรกิจสะดุด ดังนั้นองค์กรขนาดใหญ่จะใส่ใจระบบไอทีเพื่อช่วยให้ทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึงวางระบบรักษาความปลอดภัยมากขึ้น
ขณะที่ผู้บริโภคทั่วไปจะมีการติดตั้งโครงข่ายไฟเบอร์ เอฟทีทีเอ็กซ์ เพิ่มมากขึ้น ทดแทนอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ด้วยสายทองแดง เพื่อให้นำส่งคอนเทนต์ต่างๆ ไปถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น เช่นเดียวกับบริการ 3จี และ 4จี ที่จะช่วยลดช่องว่างในส่วนที่การเชื่อมต่อด้วยสายเข้าไม่ถึง และการเชื่อมต่อดังกล่าวจะทำให้แท็บเล็ตเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับเข้าถึงอินเทอร์เน็ตง่ายที่สุดด้วยราคาต่ำกว่า 3,000 บาท
สำหรับการลงทุน หัวเมืองใหญ่ของภูมิภาคไทยจะเพิ่มบทบาทในการใช้จ่ายด้านไอทีสูงขึ้น คาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% ส่งผลให้กรุงเทพและปริมณฑล ลดบทบาทความเป็นศูนย์กลางการใช้จ่ายไอที แต่ก็ยังสูงที่สุดอยู่ รวมถึงการลงทุนด้านไอทีในพม่า จะมีประโยชน์มาถึงประเทศไทย เพราะแหล่งกำเนิดและการจัดหาจะมาจากไทยเป็นส่วนใหญ่
ภุชงค์ อุทโยภาศ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักวิชาการด้านไอที กล่าวว่า สิ่งที่ท้าทายประเทศไทยมากคือ การวางแผนเรื่องการพัฒนาคนไอที ซึ่งภาครัฐไม่เคยกำหนดทิศทางเลย ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยหลักที่ผลิตคนไอที 10 แห่ง ได้ 3,0004,000 คนต่อปี และมีคนที่เข้าสู่อุตสาหกรรมจริง 30% ซึ่งไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด นี่ถือเป็นสิ่งท้าทายถึงรัฐบาลใหม่ ต้องเร่งวางนโยบาย ไม่เช่นนั้นนอกจากบุคลากรไอทีไม่เพียงพอแล้ว ต่อไประดับมันสมองจะไหลออกไปต่างประเทศด้วย
“ทุกวันนี้นักเรียนนักศึกษาระดับหัวกะทิ ไม่รับทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยในประเทศแล้ว เพราะญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา หรือประเทศอื่นๆ มาให้ทุนซื้อตัวไปหมด หลังจากจบก็ทำงานต่อได้เลย เรียกว่าระดับมันสมองถูกดูดออกไป” นายภุชงค์ กล่าว
อุตฯยานยนต์สะท้อนกำลังซื้อจริง
เปิดศักราชใหม่ปีม้า 2557 ของตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นปีแห่งความท้าทายหลังการสิ้นสุดมาตรการส่งเสริมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรก 1 แสนบาท การจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายที่เริ่มลดลง จึงเป็นการเข้าสู่ภาวะปกติสะท้อนกำลังซื้อของตลาดที่แท้จริง สิ่งที่ท้าทายคือการปรับตัวของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่ต้องเข้าสู่สภาวะปกติที่ระดับการจำหน่ายต่อเดือนอาจลดลงเหลือ 89 หมื่นคัน จากที่ผ่านมาเกิน 1 แสนคันต่อเดือนรวมถึงการหาลู่ทางพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคนอกเหนือจากผลิตภัณฑ์หลัก
อีกสิ่งหนึ่งที่ท้าทายไม่แพ้กันคือ การคาดการณ์ภาพรวมตลาดและความต้องการของผู้บริโภค ที่จะสื่อถึงการวางแผนการผลิตที่แบ่งออกเป็น 2 ตลาด คือ ตลาดในประเทศและตลาดส่งออก ซึ่งจะต้องมีการวางสัดส่วนการผลิตให้อย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดปริมาณสินค้าล้นสต๊อกดังเช่นที่ผ่านมา
กระนั้นแล้วปีแห่งความท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2557 นี้ใครที่จับทิศทางตลาดได้ก่อนน่าจะเป็นผู้ที่คว้าชัยในการครองใจผู้บริโภคได้ก่อนหน้าคนอื่นก้าวหนึ่ง
จับตาผู้ชนะประมูลทีวีดิจิตอล
หลังทราบผลการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติไปแล้วว่าใครเป็นผู้ชนะการประมูลทีวีดิจิตอลใน 4 หมวดหมู่ 24 ใบอนุญาต ประกอบด้วย หมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดสูง 7 ใบอนุญาต หมวดหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดปกติ 7 ใบอนุญาต หมวดหมู่ข่าวสารและสาระ 7 ใบอนุญาต และหมวดหมู่เด็ก 3 ใบอนุญาต
นับจากนี้จึงเป็นช่วงแห่งการวัดฝีมือของบรรดาผู้ที่ชนะการประมูล โดยเฉพาะ 6 หน่วยงานหลักที่ชนะการประมูลตั้งแต่ 2 ใบอนุญาตขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็น ช่อง 3 ที่ชนะการประมูลถึง 3 ใบอนุญาต คือ ช่อง HD ช่อง SD และช่องเด็ก รวมมูลค่าการลงทุน 6,471 ล้านบาท แกรมมี่ ชนะการประมูล 2 ใบอนุญาติ คือ ช่อง HD และ SD รวมมูลค่าการลงทุน 5,610 ล้านบาท
อสมท ชนะการประมูล 2 ใบอนุญาต คือ ช่อง HD และช่องเด็ก รวมมูลค่าการลงทุน 4,000 ล้านบาท ทรูวิชั่นส์ ชนะการประมูล 2 ใบ คือ ช่อง SD และช่องข่าว รวมมูลค่าการลงทุน 3,631 ล้านบาท เนชั่น ชนะการประมูล 2 ใบอนุญาต คือ ช่อง SD และช่องข่าว รวมมูลค่าการลงทุน 3,538 ล้านบาท และทีวีพูล ชนะการประมูล 2 ใบอนุญาต คือ ช่องข่าวและช่องเด็ก รวมมูลค่าการลงทุน 1,976 ล้านบาทเพราะจากมูลค่าการลงทุนที่สูงจึงต้องพิสูจน์ฝีมือว่าใครจะมีคอนเทนต์เด็ด คอนเทนต์ดี และมีการบริหารจัดการองค์กรดีกว่ากัน โดยเฉพาะช่วง 35 ปีแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องทำให้เจ็บตัวน้อยที่สุด







