
มองแรงงานก่อนเออีซีเอกชนอยากได้-รัฐต้องเร่งทำ
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
เหลือเวลาอีกเพียง 2 ปี การรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนทั้ง 3 เสา ก็จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ สำหรับด้านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) นั้น ภาคเอกชนยังคงกังวลกับปัญหาขาดแคลนแรงงานทั้ง “เชิงปริมาณ” และ “เชิงคุณภาพ” ที่อาจทวีความรุนแรงมากขึ้นจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเปิดเสรี หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงแรงงาน กำลังทำอะไร แก้ปัญหาโดนใจเอกชนหรือไม่
สุเมธ มโหสถ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่า ขณะนี้กระทรวงกำลังเร่งขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทางปฏิบัติ จึงเดินหน้าทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะต้องใช้ข้อมูลร่วมกัน ให้ข้อมูลแรงงานทั่วประเทศมารวมกันได้ที่จุดเดียว และเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทยต่อไป
ภายในสิ้นปี 2556 กระทรวงจะจัดทำข้อมูลสถิติตัวเลขที่จำเป็นทั้งหมด แยกรายจังหวัด รายอาชีพ อุปสงค์ อุปทานแรงงานของแต่ละอุตสาหกรรม มาประมวลแล้วนำขึ้นเว็บไซต์ของศูนย์ เบื้องต้นข้อมูลบางส่วนอาจเป็นตัวเลขประมาณการบ้าง แต่ก็จะเป็นฐานข้อมูลสำคัญให้ทุกหน่วยงานนำไปวางแผนกำลังคนต่อไป
เมื่อถามถึงประโยชน์ของศูนย์ดังกล่าวในการรับมือเออีซี สุเมธ ยอมรับว่า ศูนย์ดังกล่าวอาจไม่สามารถช่วยไทยให้วางแผนรับมือเออีซีได้ทันอีก 2 ปีข้างหน้า เนื่องจากการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทยต้องปรับทั้งโครงสร้าง และใช้เวลาหลายปีกว่าจะพัฒนาคนจนสำเร็จการศึกษาได้ตามเป้า
ทั้งนี้ หน่วยงานที่จำเป็นต้องรับไม้ต่อจากกระทรวงแรงงาน คือ กระทรวงศึกษาธิการ เด็กจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวนมาก มุ่งเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษา มีจำนวนน้อยมากที่ออกมาทำงานวิชาชีพเลย ทำให้ต้องเสียเวลาอีก 4 ปี กว่าจะเข้าสู่ตลาดแรงงานและระบบเศรษฐกิจ
“ในประเทศอื่นเขาจะสำรวจความถนัดของเด็กก่อนตัดสินใจเรียน หากใครถนัดสายวิชาชีพ ต้องการออกสู่ตลาดงานเลย ก็ควรส่งเสริม มีช่องทางที่ยกระดับการศึกษาได้สะดวก เช่น หากมีประสบการณ์ทำงานหลายปี สามารถเทียบเป็นหน่วยกิตในระดับอุดมศึกษาได้ และให้เรียนเพิ่มอีกแค่ปีเดียว ถ้าทำแบบนี้เด็กก็จะไม่กลัวการเข้าสู่ตลาดแรงงานทันที และอาจเติบโตในสายงานเร็วกว่าคนที่เรียนต่ออุดมศึกษาทันที”
สุเมธ เล่าว่า ความฝันสูงสุดของกระทรวงแรงงาน คือ ศูนย์ดังกล่าวสามารถอัพเดตข้อมูลแบบ “เรียลไทม์” แบบฐานข้อมูลของสหรัฐ สามารถระบุได้ทันทีว่า สถานที่ต่างๆ มีผู้ว่างงาน ณ ขณะนั้นจำนวนกี่คน และหากมีใครแจ้งไปที่สำนักงานประกันสังคมว่ามีการเลิกจ้างงานกี่ตำแหน่ง ก็สามารถอัพเดตข้อมูลผู้ว่างงานได้ทันที อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยากที่สุดของระบบราชการ คือ การอัพเดตข้อมูล
ขณะที่ นคร ศิลปอาชา อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เล่าว่า ในปี 2557 กรมจะเดินหน้าจัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยับมาตรฐานของแรงงานที่จะเข้ารับการทดสอบให้เทียบชั้นกับประเทศอื่นในอาเซียน โดยจะร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดทำเพิ่มเติมในกลุ่มออโตโมบิลและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ข้อสอบสัมพันธ์กับความต้องการของเอกชน สำหรับปีที่ผ่านมาได้จัดทำเสร็จสิ้นไปแล้ว 55 สาขาอาชีพ อยู่ระหว่างรอเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา
ในด้านการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน กรมตั้งเป้าจะพัฒนาให้ได้ 7 แสนคน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยจะเน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหลัก เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ต้องพบกับความเปลี่ยนแปลง และพบกับคนต่างชาติก่อนเป็นกลุ่มแรกๆ อีกกลุ่มหนึ่งที่จะให้ความสำคัญ คือ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง เพื่อรองรับการก่อสร้างและขยายตัวทางเศรษฐกิจออกไปยังพื้นที่ต่างๆ
ส่วนการพัฒนาทักษะภาษานั้น ได้จับมือกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) จัดสอนภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียนทางไกลขึ้น เพื่อให้แรงงานสามารถฝึกทักษะได้ในเวลาที่สะดวก หากมีการประชาสัมพันธ์ที่ดีน่าจะฝึกได้เกินเป้าหมาย 2 หมื่นคน
ขณะเดียวกันกรมได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และ ส.อ.ท. เพื่อช่วยกันเปลี่ยนสัดส่วนคนเรียนสายอาชีวะต่อสายสามัญให้เป็น 51 ต่อ 49 ด้วย







