
เรามาที่จุดนี้ได้อย่างไร
คุณว่าวันนี้ คนส่วนใหญ่รู้สึกมีความสุขมากขึ้น เพราะความเป็นอยู่และชีวิตมีความสะดวกสบายมากขึ้น และยิ่งวันนี้เรามี Internet และ Social Network ที่ทำให้โลกใกล้กันมากขึ้น วันนี้เรามีชีวิตมีความสุข และเราก็เข้าใจกันมากขึ้น ที่พูดมา คุณว่ามันจริงหรือเปล่า? หรือจริงๆ แล้ว เราเครียดกันมากขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่าง Smartphone
คุณว่าวันนี้ คนส่วนใหญ่รู้สึกมีความสุขมากขึ้น เพราะความเป็นอยู่และชีวิตมีความสะดวกสบายมากขึ้น และยิ่งวันนี้เรามี Internet และ Social Network ที่ทำให้โลกใกล้กันมากขึ้น วันนี้เรามีชีวิตมีความสุข และเราก็เข้าใจกันมากขึ้น ที่พูดมา คุณว่ามันจริงหรือเปล่า? หรือจริงๆ แล้ว เราเครียดกันมากขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่าง Smartphone
มันทำให้เราแทบไม่มีเวลาคุยกับใคร วันนี้ผมเห็นคนออกเดตหลายๆ คู่มากที่ไม่คุยกัน ต่างคนต่างหยิบมือถือขึ้นมาเล่น ...เรามีเวทีแสดงออกความหรูเลิศของรสนิยมของเรา เราต่างโพสต์โชว์ว่า เรามีชีวิตดีอย่างนั้นอย่างนี้ เราไปเที่ยวหรู กินหรู เสมือนเราเป็นดารา เป็นไฮโซ ทุกคนที่เห็นโพสต์ก็ไม่รู้หรอกว่า ไอ้ชีวิตไฮโซที่เราโพสต์ลง Facebook มันเกิดจากการรูดบัตร Credit ใช้เงินล่วงหน้าจนหน้าเขียว เพื่อที่จะโชว์ว่าเราไฮโซเพียงใด ความน่าหมั่นไส้ของเราต่อคนรอบๆ ข้าง เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมๆ กับหนี้บัตรเครดิต ที่เราเครียดขึ้นเรื่อยๆ ว่าจ่ายไม่ไหว ไหนจะหนี้รถยนต์คันงามที่เราถอยมาสนองตอบการทำงานปีแรกที่หรูเลิศ ซึ่ง ณ บัดนี้ เรากำลังซวยครับพี่น้อง แต่ไม่รู้จะไปบอกใคร เพราะทุกคนต่างๆ เห็นเราผ่าน Status ว่าเราหรูหราดูดี จึงมีแต่คนหมั่นไส้และรอเหยียบหน้า
ใช่ วันนี้ใน Social Media เช่น Facebook, Instagram และสิ่งต่างๆ เรานี่ สร้างความอิจฉาริษยาให้คนรอบข้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรารู้จักคนมากขึ้น แต่คนที่เราคิดว่าเรารู้จักมากขึ้น จริงๆ เรารู้จักแค่เปลือกของเขา เราแค่รู้จักมุมที่เขาอยากจะให้เราเห็นเท่านั้น ก็คือ มุมที่เขาดูดี แต่ตัวตนเขาจริงๆ เราไม่เคยรู้จัก แต่กลายเป็นว่า คนเหล่านี้แหละที่เราแคร์มากกว่าทุกคน และเราแคร์คนเหล่านี้มากกว่าตัวเราเองเสียด้วยซ้ำ
เราทำทุกอย่างเพื่อให้เราดูดีในสายตาคนอื่น จนเราลืมไปแล้วว่า จริงๆ แล้วตัวเราต้องการอะไร คุณเชื่อไหม ถ้าวันนี้คุณเอากระดาษกับปากกาแล้วเอาให้คนรุ่นใหม่ ลองให้เขาเขียนว่า “ความสุขของคุณคืออะไร” ...เขาจะสับสนมาก เพราะวันนี้ความสุขเขาไม่ได้ขึ้นกับตัวเองมอง แต่ความสุขเขาขึ้นอยู่กับคนอื่นมองต่างหาก ...ฮึม!! ตกลงคุณเกิดมาเพื่อตัวเอง หรืออะไรกันแน่ ...เริ่มสับสนหนักขึ้นเรื่อยๆ หันมาดูที่มือ ก็หนี้บ้าน หนี้คอนโด หนี้บัตรเครดิต เอาวะ!! กูต้องรวย ต้องค้ายา ต้องรับสินบน ต้องทำให้โลกรู้ว่า เราก็ลืมตาอ้าปากได้
ฮึม!! อะไรของมันวะ ตกลงที่มันซวยอยู่อย่างที่เป็นเพราะสังคมกลั่นแกล้งใช่ไหม เชื่อไหมว่า ทุกคนคิดแบบนั้น ทุกคนคิดว่า การที่ตัวเองแย่ขนาดนี้ จมปัญหาทั้งความทุกข์ ความสัมพันธ์ และหนี้สิน ก็เพราะสังคมกลั่นแกล้ง ใช่!! ฉันไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดนี่ จะได้สบายไม่ต้องเครียด เหมือนอีนั่น!! น่าน!! และแล้ว คนจิตตกผู้นี้ ก็จัดไปอีกดอก คือ ทำตัวเป็นผู้พิพากษาคนอื่น ว่าคนอื่นชีวิตดี เพราะเท่าที่เราเห็น เขาโพสต์ลง Facebook และ Instagram เขาช่างสุขสบายดูมีความสุข น่าหมั่นไส้ยิ่งนัก บอกตรงๆ นะ คุณไม่คิดเหรอว่า คนที่คุณอิจฉาหมั่นไส้ในความหรูของเขา ก็ไม่ต่างจากคุณ ที่คนอื่นๆ ก็อิจฉาในความหรูเลิศของคุณเช่นกัน
สิ่งที่ทุกคนแข่งกัน กลายเป็นเปลือกที่ทำให้อีกคนจิตตกที่ได้เห็น ทั้งที่จริงแล้ว ชีวิตแต่ละคนก็มีความทุกข์หนักหนาที่แต่ละคนกำลังประสบอยู่ และที่สำคัญยุคนี้ไม่มีใครเห็นใจใครแล้ว เพราะเราถูก Social Media ที่เห็นสร้างให้เราไม่เห็นใจใคร ยิ่งเทคโนโลยีดึงเราเข้ามาหากัน แต่จิตใจเรากลับแย่ลงเรื่อยๆ เราโดดเดี่ยว เราทุกข์ และเราขาดคนเห็นใจ เพราะจริงๆ เราเองก็ไม่เคยเห็นใจใคร
คุณรู้ไหมสังคมวิ่งมาถึงจุดนี้ เพราะเราขาดวุฒิภาวะทางการใช้เครื่องมือการสื่อสารใหม่ๆ อย่าง Social Network ลองนึกถึงมีดซิ มีดใช้ได้ทั้งทำร้ายคนอื่น และก็สามารถใช้ประโยชน์หั่นผัก หั่นเนื้อได้ วันนี้เราใช้ Social Media ในการโชว์ความหรูหรา สร้างความหมั่นไส้ แต่หากเราใช้ให้สร้างสรรค์ มันคือ เครื่องมือที่เชื่อมโยงคนทั้งโลกให้ติดต่อสื่อสารกันง่ายมาก ...ลองคิดซิครับว่า ถ้าเรามองมันเป็นเครื่องมือ แชร์ความรู้ แชร์ประสบการณ์ และแชร์แรงบันดาลใจ มันจะเป็น สื่อสร้างสรรค์ มากกว่า การแชร์ความน่าหมั่นไส้อย่างทุกวันนี้ขนาดไหน วันนี้ Social Media ปลุกทั้งอาหรับให้ขึ้นมาสร้าง Arab Spring ดึงคนขึ้นมา Occupy Wallstreet ...ดึงคนประเทศต่างๆ ขึ้นมาสู้กัน
ใช่!! คนส่วนใหญ่ยังคิดว่า “มีด” เอามาใช้ฆ่าคนได้อย่างเดียว ...ก็เลยหยิบขึ้นมาฆ่ากัน ...ลองมองในมุมใหม่ ลองใช้มันสร้างประโยชน์ ใช้มันอย่างสร้างสรรค์ ผมว่า ชีวิตของทุกคนน่าจะดีขึ้น อบอุ่นขึ้น ก็ลุ้นกันว่า จากนี้ไปเราจะใช้มีดในมือเราอย่างไรกันต่อไป







