posttoday
เปิดปัจจัยท้ทายปีมะเมียดันเอชอาร์องค์กรปรับตัว

เปิดปัจจัยท้ทายปีมะเมียดันเอชอาร์องค์กรปรับตัว

31 ธันวาคม 2556

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

เศรษฐกิจปี 2557 มีความท้าทายสูง เพราะการเมืองยังไม่แน่นอน ทำให้ทุกองค์กรจึงต้องเร่งปรับตัวรับมือ รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล

มานะ โลหเตปานนท์ กรรมการผู้จัดการ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เฮย์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ปี 2557 มี 4 ปัจจัย ที่มีอิทธิพลให้องค์กรตื่นตัวปรับระบบบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ปัจจัยแรก บริษัทต้องการหาโอกาสเติบโตทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ที่ธุรกิจโตทุกปี จะรู้สึกหยุดนิ่งไม่ได้ ต้องการเห็นการเติบโตยั่งยืน กลยุทธ์คือ เพิ่มผลิตภัณฑ์ บริการใหม่ และบุกตลาดอาเซียน สิ่งเหล่านี้เป็นโจทย์ให้องค์กรต้องมีระบบบริหารทรัพยากรบุคคลพร้อมรองรับ

“หลายองค์กรเริ่มสยายปีกธุรกิจเป็นองค์กรข้ามชาติ (มัลติเนชั่นแนล) การจัดการองค์กรต้องสอดคล้องกับแผนเติบโต ต้องมีหน่วยงานดูแลด้านขยายธุรกิจในต่างประเทศ มีระบบบริหารทรัพยากรบุคคลเชื่อมต่อการทำธุรกิจในและต่างประเทศ วางระบบชัดเจนว่าการดูแลพนักงานในต่างประเทศควรเหมือนหรือต่างจากในประเทศอย่างไร” มานะ กล่าว

ปัจจัยที่ 2 ผลิตภาพบุคลากร (โปรดักทิวิตี้) เป็นปัญหาสำคัญขององค์กรไทย 10 ปีที่ผ่านมา ผลิตภาพคนไทยโต 27% ต่ำกว่าการเติบโตในประเทศอื่น เช่น เวียดนามโต 60% และจีนโต 157% ไม่สอดคล้องทิศทางค่าตอบแทน เปรียบเทียบได้ชัดระหว่างไทยและเวียดนาม ไทยให้เงินเดือนมากกว่าเวียดนาม 5 เท่า แต่ผลิตภาพที่ได้มากกว่าเวียดนาม 2 เท่า ขณะที่สิงคโปร์ ค่าตอบแทนสูงกว่าไทย 23 เท่า แต่ผลิตภาพสูงกว่าไทย 5 เท่า องค์กรไทยต้องให้ความสำคัญเพิ่มผลิตภาพพนักงานให้ได้ โดยกำหนดให้ชัดว่าพนักงานแต่ละคนควรมีผลิตภาพแค่ไหนเชิงคุณภาพไม่ใช่แค่ปริมาณงาน หากลดจำนวนพนักงาน แต่จ่ายค่าจ้างให้พนักงานที่ยังอยู่ดีๆ อาจได้ผลิตภาพมากกว่าค่าจ้างที่เสียไป หรือต้องมีระบบประเมินผลทำงานที่ดี ใครผลงานดีก็ได้ค่าตอบแทนที่ดีกว่า

สำหรับปัจจัยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์ ไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ องค์กรมีพนักงานอายุ 40 ปีขึ้นไปมากขึ้น กลุ่มนี้ทำงานนานขึ้น ขณะที่อัตราเกิดลดลง มีปัญหาเด็กจบใหม่เข้าตลาดแรงงานน้อยลง ทำให้องค์กรเผชิญต้นทุนค่าจ้างสูงขึ้น เพราะคนอายุ 40 ขึ้นไปทำงานมานานฐานเงินเดือนสูงอยู่มาก ส่วนคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานเป็นกลุ่มคาดหวังการเติบโตเร็ว ต้องการการตอบรับรวดเร็วจากสิ่งที่ทำ ไม่เสียเวลารอนาน เปลี่ยนงานเร็ว ทำให้ต้องปรับระบบบริหารทรัพยากรบุคคลให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ มีโปรแกรมพัฒนาศักยภาพ มอบงานที่ท้าทายให้ เป็นต้น

ขณะที่ปัจจัยสุดท้าย องค์กรคาดหวังการปรับปรุงพัฒนามากขึ้น เกิดกระแสต้องการให้ผู้บริหารงานทั่วไปขององค์กรมีบทบาทบริหารงานบุคคลมากขึ้น ไม่ใช่มองเป็นหน้าที่ของฝ่ายทรัพยากรบุคคลอย่างเดียว เพราะผู้บริหารทั่วไป ปฏิบัติงานโดยตรงร่วมกับพนักงานในฝ่าย ต้องทำตามแนวทางที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลกำหนดจะช่วยองค์กรพัฒนาได้จริง

สุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้องค์กรต้องปรับตัวด้านบริหารทรัพยากรบุคคล คือ เศรษฐกิจ การเมืองและสังคม ทำให้องค์กรขาดความเชื่อมั่นขยายงาน เกิดสุญญากาศการลงทุนบุคลากรตาม การขาดแคลนแรงงานฝีมือ ทำให้การแย่งชิงแรงงานฝีมือดีมากขึ้น องค์กรต้องหาวิธีรักษาคนกลุ่มนี้

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาจับคู่คนกับงานที่ตรงความสามารถไม่ได้ ต้องปรับกลยุทธ์หากำลังคนที่มีความสามารถสอดคล้องกลยุทธ์ธุรกิจ มีปัญหาความหลากหลายคนวัยต่างๆ ต้องเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างวัย ปรับรูปแบบการทำงานให้ยืดหยุ่นขึ้น ทำงานที่ไหนก็ได้ รวมทั้งตื่นตัวพัฒนาทักษะจำเป็นรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

องค์กรจะฝ่าวิกฤตได้ ผู้บริหารวางกลยุทธ์ดีอย่างเดียวไม่พอ บุคลากรต้องก้าวไปทางเดียวกันด้วย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน