
ศก.ซบทำประกันภัยไม่โต
คาดปี2557เบี้ยเพิ่มเฉลี่ย12%‘นายหน้าตัวแทน’กินรวบลูกค้า
คาดปี2557เบี้ยเพิ่มเฉลี่ย12%‘นายหน้าตัวแทน’กินรวบลูกค้า
คาดประกันวินาศภัยปีหน้าเบี้ยโต 15% นายหน้า ตัวแทน คุมตลาด แบงก์ยังเข้าไม่ถึง
นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย คาดปี 2557 ธุรกิจจะเติบโตประมาณ 10-15% หรือเฉลี่ย 12% เป็นยอดเบี้ยรับรวม 2.3-2.4 แสนล้านบาท จากปี 2556 ที่คาดว่าจะมีเบี้ยรับรวม 2.05 แสนล้านบาท สูงกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่มีการคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 35% ซึ่งเป็นการเติบโตตามพื้นฐานธุรกิจปกติ แตกต่างจากปี 2555 และ 2556 ที่โตผิดปกติจากโครงการรถยนต์คันแรกและโครงการบ้านหลังแรก
สำหรับ การคาดการณ์ว่าจะเติบโตขั้นต่ำ 10% มาจากสมมุติฐานจีดีพีโต 3% และ 15% มาจากกรณีจีดีพีโต 5% โดยประกันภัยจะมีอัตราการขยายตัว 23 เท่าของจีดีพี หากเศรษฐกิจขยายตัวจะทำให้อุตสาหกรรมและผู้บริโภคซื้อประกันภัยมากขึ้น หากเศรษฐกิจชะลอตัวกำลังซื้อจะไม่เพิ่ม ลูกค้าใหม่ไม่มี
ทั้งนี้ ช่องทางการขายที่ทำรายได้ให้ธุรกิจประกันวินาศภัยสูงสุดยังคงเป็นนายหน้า หรือโบรกเกอร์ สัดส่วนสูงถึง 57% ตัวแทน 15-17% และธนาคาร 15% ที่เหลือเป็นช่องทางอื่นๆ ส่วนช่องทางการขายผ่านธนาคารไม่เติบโตเหมือนขายประกันชีวิต เพราะมีเรื่องการพิจารณารับประกันภัย ที่จะต้องส่งเจ้าหน้าที่ออกไปทรัพย์สิน ซึ่งธนาคารยังไม่มีเจ้าหน้าที่ส่วนนี้ในการออกไปให้บริการ
นายอานนท์ กล่าวว่า ตลาดประกันภัยรถยนต์ที่เป็นส่วนขับเคลื่อนธุรกิจประกันภัย เพราะมีเบี้ยรับรวมกว่า 60% ยอดขายจะชะลอตัวในปี 2557 เพราะไม่มีโครงการรถยนต์คันแรก และบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยังมีรถในสต๊อกค้างอยู่จำนวนมาก หากออกรถรุ่นใหม่ๆ มาทำตลาด จะทำให้รถเก่าที่มีอยู่แล้วทั้งรถขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กที่ยังเหลือจากปีที่แล้วขายไม่ออก
รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังหาทางออกไม่ได้ ทำให้ธุรกิจรถยนต์ไม่กล้าทำตลาดแบบจูงใจมากๆ รวมถึงธุรกิจอื่นๆ คงรอดูสถานการณ์ทางการเมืองก่อนอย่างน้อยต้องเห็นทางออกที่ชัดเจน จึงจะกล้าออกแผนรุกตลาดใหม่ๆ ออกมา
ขณะที่ธุรกิจประกันวินาศภัยไม่สามารถลดต้นทุนด้านค่านายหน้าได้ เพราะจะกระทบกับยอดขาย สิ่งที่จะรักษาระดับการเติบโตไว้ได้ คือ ต้องพยายามรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 70% เพื่อรักษาระดับการเติบโตของบริษัท และต้องคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายไม่ให้แซงรายได้ที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ที่จะต้องนำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วย เช่น การออกกรมธรรม์ ซึ่งจะลดต้นทุนได้กรมธรรม์ละ 300-400 บาท
นายอานนท์ กล่าวว่า จะส่งผลดีต่อลูกค้าคือจะได้รับความคุ้มครองทันทีที่มีการชำระเงิน โดยจะเริ่มกับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ซึ่งเรื่องนี้อยู่ระหว่างการศึกษาข้อกฎหมายในมุมที่เมื่อเกิดเหตุลูกค้าสามารถใช้ระบบตอบรับออนไลน์ ข้อความสั้น เป็นต้นและข้อความทางจดหมายอิเล็คทรอนิกส์ นำไปไปเป็นหลักฐานฟ้องร้องทางกฎหมายได้ คาดว่าจะเริ่มออกกรมธรรม์ออนไลน์ได้ประมาณไตรมาส 3 ของปี 2557







