
จับพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนวิถีชีวิตรับปีม้าทอง
ปีที่ผ่านมา ถ้าบอกว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในบ้านเราก็ว่าได้ เริ่มจากหลังสงกรานต์ที่มี 3จี
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
ปีที่ผ่านมา ถ้าบอกว่าเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในบ้านเราก็ว่าได้ เริ่มจากหลังสงกรานต์ที่มี 3จี ให้ใช้งานกันและมาครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศช่วงต้นไตรมาส 4 หลายคนเริ่มใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตกันเป็นปกติ นี่คือจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่บางคนอาจมองว่าไม่ชัดเจน แต่แท้จริงแล้วอุปกรณ์เหล่านี้กำลังนำพาเอารูปแบบวิถีชีวิตใหม่ๆ เข้ามาใกล้เรามากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ดังนั้น อีริคสันคอนซูเมอร์แล็บ จึงได้ทำการสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2557 เพื่อสะท้อนให้เห็นแนวทางการใช้งานที่ผู้บริโภคมีต่อผลิตภัณฑ์และบริการด้านไอซีที แน่นอนว่าการสำรวจครั้งนี้สามารถอ้างอิงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย
ไมเคิล บียอน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของอีริคสันคอนซูเมอร์แล็บ กล่าวว่า จากการสำรวจพบ 10 พฤติกรรมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2557 ซึ่งอันดับแรกคือความต้องการใช้งานแอพพลิเคชั่นเพิ่มมากขึ้นในหลายอุตสาหกรรมและหลายส่วนในสังคม และนั่นเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงพื้นฐานการใช้ชีวิตประจำวัน เรียกได้ว่าแอพกำลังเปลี่ยนสังคม ซึ่งเกิดจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของสมาร์ทโฟน นั่นคือ ประโยชน์จากการใช้สมาร์ทโฟนมีความหลากหลายมากขึ้น ดังนั้นการใช้แอพก็เป็นที่ต้องการมากขึ้นตามไปด้วย นั่นคือ แอพจะมีความสำคัญยิ่งกว่าสมาร์ทโฟนที่ถืออยู่
สำหรับในประเทศไทย มีผู้ใช้สมาร์ทโฟนประมาณ 30% จากผู้ใช้มือถือมากกว่า 70 ล้านราย และในปี 2557 เชื่อว่าผู้ให้บริการทั้งสามรายหลักคือ เอไอเอส, ดีแทค และทรูมูฟเอช จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กระตุ้นให้การใช้งานสมาร์ทโฟนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ประเด็นต่อมาของแนวโน้มพฤติกรรมคือ การใช้ร่างกายเป็นรหัสผ่าน นั่นเพราะการเข้าใช้งานบนระบบออนไลน์ทุกรูปแบบ เรียกหารหัสผ่านที่ยาวและซับซ้อน เช่น ตัวเลข ตัวอักษร สัญลักษณ์อื่นๆ ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านการจดจำรหัส แต่จากการสำรวจพบว่า 52% ผู้ใช้ต้องการใช้ลายนิ้วมือมากกว่ารหัสผ่าน 48% สนใจใช้การสแกนดวงตา จึงไม่แปลกใจที่ไอโฟนรุ่นใหม่จะมีระบบบันทึกลายนิ้วมือของเจ้าของอยู่ด้วย
เรื่องดังกล่าวยังรวมถึงการวัดค่าต่างๆ ของร่างกาย เช่น ความดันโลหิต การเต้นหัวใจ จำนวนก้าวเดินแต่ละวัน นี่คือสิ่งที่ผู้ใช้เริ่มสนใจและบันทึกผ่านสมาร์ทโฟน และแน่นอนนี่คือการทำงานผ่านแอพที่ติดตั้ง สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคสนใจสุขภาพร่างกายมากขึ้น ต้องการใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น และนอกจากสมาร์ทโฟนจะเป็นตัวช่วยแล้ว ยังมีอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ที่สามารถทำตลาดได้ เช่น นาฬิกา วิสแบนด์ สร้อยคอ ที่สามารถตรวจจับการทำงานของร่างกาย แต่ทั้งหมดยังมีสมาร์ทโฟนเป็นศูนย์กลางการทำงาน
จากความต้องการดังกล่าวมา นำไปสู่ความคาดหวังที่จะมีอินเทอร์เน็ตทุกที่ การมีสัญญาณโทรศัพท์มือถืออาจเพียงพอสำหรับการใช้บริการด้วยเสียง แต่ในปี 2557 ความต้องการอินเทอร์เน็ตจะเข้ามาแทนที่ และต้องมีคุณภาพที่ดีด้วย บริการด้านเสียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป ซึ่งประเด็นนี้ยังเชื่อมต่อไปถึงแนวโน้มต่อไป นั่นคือ การลดความแตกต่างทางดิจิตอล เริ่มต้นด้วยสมาร์ทโฟนราคาประมาณ 3,000 บาท การกระจายโครงข่าย 3จี ให้ครอบคลุม เป็นความคาดหวังว่าสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ตจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและแตกต่างทางดิจิตอลลง
นอกจากนี้ ยังได้ส่งผลมาถึงแนวโน้มพฤติกรรมต่อไป คือ ต้องการความชัดเจนในการใช้งานอินเทอร์เน็ต โดย 48% ของผู้บริโภคต้องการเข้าใจลักษณะการใช้งานอินเทอร์เน็ต 41% ต้องการรู้ว่าใช้งานอินเทอร์เน็ตไปมากน้อยแค่ไหน และ 33% ต้องการความมั่นใจว่ามีการคิดค่าบริการอย่างถูกต้อง และ 31% ไม่ต้องการใช้งานเกินกว่าแพ็กเกจที่ได้เลือกไว้
หลังจากนั้น เมื่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตแพร่หลายมากขึ้น สิ่งที่เป็นแนวโน้มต่อมาคือ บริการออนไลน์จะได้รับความนิยมมากขึ้น การซื้อขายของออนไลน์ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การบริโภคคอนเทนต์ดิจิตอลต่างๆ และเรื่องความเป็นส่วนตัว รวมถึงความปลอดภัยในการใช้งานจะเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคที่ทำให้การใช้บริการออนไลน์ลดลง
แนวโน้มต่อมาคือ การบริโภควิดีโอออนดีมานด์ จะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากคอนเทนต์วิดีโอเป็นสื่อทางเลือกที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด ผ่านโครงข่าย 3จี เชื่อหรือไม่ว่าแนวโน้มการเลือกดูวิดีโอด้วยตัวเองน้อยลง แต่คนรอบข้างมีผลต่อการเลือกชมวิดีโอมากขึ้นเรื่อยๆ กล่าวได้ว่า เพื่อนมีผลต่อการดูคอนเทนต์วิดีโอนั่นเอง อีกทั้งยังส่งผลต่อการรับชมรายการทีวีที่มีแนวโน้มต้องการเปลี่ยนการรับชมทีวีให้เข้ากับชีวิตประจำวันมากขึ้น นั่นคือ อาจเริ่มจากการดูที่บ้าน และสามารถดูต่อได้ผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตระหว่างเดินทาง นี่คือสิ่งที่ผู้ให้บริการต้องสนใจ
แนวโน้มสุดท้ายคือ ความต้องการบริการอินเตอร์แอ็กทีฟ นั่นคือ เมื่อมีการใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่บริการด้านเสียง ดังนั้นการใช้งานเพื่อการอย่างอื่น เช่น การใช้บริการด้านสาธารณสุข บริการคมนาคมขนส่ง จะมีความคาดหวังในบริการเหล่านี้เพิ่มขึ้น
ทั้งหมดนี้เป็นแนวโน้มที่เห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ และผู้ให้บริการจะต้องเตรียมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น นอกจากเพื่อสนองตอบความต้องการแล้ว ยังเป็นโอกาสในการขยายและเติบโตของธุรกิจอีกด้วย







