posttoday
นิปปอนเพนต์ฝ่าปัจจัยลบปี’57

นิปปอนเพนต์ฝ่าปัจจัยลบปี’57

30 ธันวาคม 2556

งัดทุกกลยุทธ์ดันตลาดพรีเมียมพุ่ง25%เผยสีทาบ้าน1.6หมื่นล.ยังขยายตัวต่อเนื่อง

งัดทุกกลยุทธ์ดันตลาดพรีเมียมพุ่ง25%เผยสีทาบ้าน1.6หมื่นล.ยังขยายตัวต่อเนื่อง

เปิดกลยุทธ์ “นิปปอนเพนต์” ฝ่าปัจจัยลบตลาดสีทาอาคารปี 2557 หวังกลุ่มพรีเมียมดันโต 25%

นางธัญลักษณ์ สุภาสูรย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แผนการทำตลาดในปี 2557 บริษัทจะเน้นทำตลาดสีกลุ่มพรีเมียม เช่น สีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สีฟอกอากาศ สีสะท้อนความร้อน เพื่อให้ผลักดันให้ภาพรวมเติบโต 25% หลังจากประเมินแล้วว่าตลาดสีทาอาคารปีหน้าจะยังเจอกับหลากปัจจัยลบที่จะกระทบกับตลาดสีระดับล่างและระดับกลาง ทั้งภาวะเศรษฐกิจและการเมืองที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งสีกลุ่มพรีเมียมเป็นสินค้าที่กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงจะนิยม เพราะคนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพและการประหยัดพลังงานมากขึ้น

นอกจากนี้ ปีหน้ากลุ่มนิปปอนเพนต์ฯ จะยังทำตลาดเจาะกลุ่มตัวแทนจำหน่าย ด้วยการกระตุ้นให้ขายสีที่หลากหลายมากขึ้น เช่น วิเคราะห์ฐานข้อมูลของตัวแทนจำหน่ายว่านิยมขายสินค้าประเภทใดและไม่ค่อยขายสีกลุ่มใด ก็จะผลักดันให้ขายสีกลุ่มที่ยังขายอยู่ พร้อมกับสนับสนุนให้หันมาใช้เครื่องผสมสี เพื่อลดต้นทุนในการเก็บสต๊อกสี การออกนวัตกรรมต่างๆ การเจาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจ

ทั้งนี้ เพื่อผลักดันให้ยอดขายรวมเติบโตตามเป้าหมายดังกล่าว โดยปัจจุบันนิปปอนเพนต์ฯ มีสัดส่วนยอดขายสีพรีเมียมระดับราคาสูงกว่า 2,000 บาทต่อ 5 แกลลอน ประมาณ 20% ตั้งเป้าปี 2558 จะเพิ่มยอดขายเป็น 30%

ขณะที่ตลาดสีระดับกลาง ราคาประมาณ 1,500-2,000 ต่อ 5 แกลลอน ปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 40% และสีระดับล่าง ราคาต่ำกว่า 1,000 บาทต่อ 5 แกลลอน มีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 40% โดยจากการสำรวจพฤติกรรมการใช้สี พบว่า กลุ่มเจ้าของบ้านเองจะเลือกใช้สีพรีเมียมมากขึ้น ส่วนกลุ่มช่างสี ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่อาจจะเลือกใช้สีราคาถูก

ในการสำรวจของนิปปอนเพนต์ฯ กลับพบว่า ปัจจุบันช่างสีจะเลือกใช้สีที่มีคุณภาพมากขึ้น อาจเป็นกลุ่มสีระดับกลาง เพราะไม่ต้องการเสียเวลากับการเก็บงานทาสี และเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองด้วย

สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมสีทาอาคารในปี 2557 ประเมินว่าจะยังขยายตัวได้ 6% จากมูลค่าตลาดรวมปีนี้ที่ประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตต่อเนื่องจากภาคก่อสร้างของโครงการต่างๆ ที่มีอยู่ ส่วนภาพรวมอุตสาหกรรมสีในปีนี้เติบโตได้เพียง 3-4% เท่านั้น จากเดิมที่มีการคาดการณ์กันว่าจะขยายตัวได้ 6% ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 2-3 ที่เริ่มชะลอตัว เพราะรถคันแรกมีผลกระทบต่อการเลือกใช้เงินของผู้บริโภคมาก และคาดว่าปีหน้าก็ยังเป็นอุปสรรคเช่นกัน

นอกจากนี้ ปัญหาทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายของปีก็ส่งผลกระทบมากเช่นกัน โดยเห็นชัดเจนเลยว่าตั้งแต่มีวิกฤตทางการเมือง ทำให้ยอดสั่งซื้อสีทาอาคารชะลอลงทันที ซึ่งหากยืดเยื้อก็จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงอุตสาหกรรมสีทาอาคารในปีหน้าด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์