
เงินบาทอ่อนไม่ช่วยส่งออก
สินค้าไม่อยู่ในกลุ่มที่ตลาดโลกต้องการธปท.เตือนปีหน้าอาจอ่อนค่าเกิน7%
สินค้าไม่อยู่ในกลุ่มที่ตลาดโลกต้องการธปท.เตือนปีหน้าอาจอ่อนค่าเกิน7%
ธปท.เตือนผู้ส่งออกเงินบาทอ่อนค่าปีหน้า ไม่ช่วยหนุนให้ส่งออกได้มากขึ้น
นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มค่าเงินบาทในปีหน้ายังไปในทิศทางอ่อนค่า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการลดมาตรการคิวอีของธนาคารกลางสหรัฐ ทำให้มีเงินทุนบางส่วนไหลกลับออกไป ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน เงินบาทอ่อนค่าเกือบ 6% ในปีหน้ายังมีโอกาสโตอ่อนค่าลงไปต่ำกว่า 7% ได้
อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทรอบนี้อาจจะไม่ส่งผลดีต่อภาคการส่งออกไทยมากนัก เพราะถึงค่าเงินบาทอ่อนจะช่วยให้ราคาสินค้าถูกลงและแลกกลับมาเป็นเงินบาทได้มากขึ้น แต่ที่สุดการขายสินค้าต้องขายตามราคาตลาดโลก เช่น ถ้าราคาสินค้าที่ 100 เหรียญสหรัฐ เมื่อขายได้ก็อาจจะช่วยสภาพคล่องดีขึ้น และช่วยกำไรในรูปเงินบาทได้ แต่เอาเข้าจริงเงินบาทไม่ได้ช่วยให้ราคาสินค้าส่งออกไทยถูกลงแล้วแข่งขันได้ขึ้นมากนัก และไม่น่าจะช่วยให้ส่งออกโตมากนัก เพราะสินค้าส่งออกไทยไม่ได้อยู่ในกระแสความต้องการของตลาดโลก เนื่องจากไทยมีข้อจำกัดด้านการผลิต
อย่างไรก็ดี ปี 2557 ธปท.ยังมองว่าส่งออกปีหน้าจะขยายตัวได้ 7% ทั้งที่ในปีนี้การส่งออกโตได้เพียง 1% เท่านั้น
ปัจจุบันค่าเงินบาทปรับอ่อนค่าในอัตราใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่ง แต่เรามีปัจจัยเสี่ยงจากปัจจัยการเมือง ต้องยอมรับความจริงว่าการเมืองไทยมีความไม่แน่นอนยังหาทางออกไม่ได้ สายตาคนอื่นย่อมมองพื้นฐานเศรษฐกิจประเทศไทยไม่ดีเท่าเดิม เพราฉะนั้นถ้ามีเงินทุนเคลื่อนย้ายออกไปบ้าง ค่าเงินบาทอ่อนลงบ้าง ก็น่าจะเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับพื้นฐาน
“สถานการณ์ต่างๆ มันจะปรับตัวไปได้ แต่ยังเชื่อว่าการเมืองที่ยังไม่ชัดเจนนี้ ไม่น่าจะทำให้เงินทุนต่างชาติไหลออกมากหรือรุนแรง เพราะตลาดรับข่าวไปก่อนหน้านี้บ้างแล้ว ยกเว้นว่าจะมีอะไรที่นอกเหนือจากตลาดคาดการณ์” โฆษก ธปท. กล่าวผลตอบรับของนักลงทุนและตลาดอาจจะเปลี่ยนแปลงไป ฉะนั้น การลดคิวอีรอบนี้ยังไม่ใช่จุดเปลี่ยนต่อมุมมองของนักธุรกิจ ที่เคยมองไทยและตลาดในภูมิภาคว่าน่าลงทุนเปลี่ยนไป เป็นมุมมองที่ไม่น่าลงทุนและนำเงินไหลออกแต่อย่างใด
“แต่ก็ต้องยอมรับว่าการไหลเข้ามาลงทุนในเศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่ รวมทั้งไทย คงมีไม่มากเหมือนเคย เพราะกลุ่มตลาดเกิดใหม่(อิมเมอร์จิ้น มาร์เก็ต) ไม่ได้โดดเด่นเหมือนตอนที่ประเทศเศรษฐกิจหลักของโลกแย่แล้ว เนื่องจากประเทศเศรษฐกิจหลักของโลก ทั้งสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น เริ่มฟื้นตัวดีขึ้นแล้ว อีกอย่างการทอนคิวอีลงก็ทำให้เงินทุนไหลมาที่เราลดลงด้วย” นางรุ่งกล่าว
ทั้งนี้ ค่าเงินบาทไม่ได้อ่อนค่าสุดในภูมิภาค แต่อ่อนค่าอสอดคล้องกับสกุลในภูมิภาค โดยค่าเงินในช่วงวันที่ 18 ก่อนวันประกาศลดคิวอีเทียบกับวันที่ 19 ธ.ค.ที่เฟดประกาศลดคิวอี พบว่าเงินสกุลต่างๆอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ โดยเงินบาทอ่อนค่า 0.4% วอนเกาหลี 0.80.9% มาเลเซีย 0.5% สิงคโปร์ 0.2% ใต้หวัน 0.4% อินโดนีเซีย 0.3% อินเดีย 0.1% สะท้อนว่าคิวอีรอบนี้กระทบต่อค่าเงินในภูมิภาคไม่ได้รุนแรง เพราะขนาดประเทศที่มีปัญหาเศรษฐกิจภายในอย่างอินเดียและอินโดนีเซียก็ไม่ได้อ่อนค่าลงแรง เนื่องจากตลาดตอบรับข่าวไปล่วงหน้าแล้ว ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐอยู่ที่ระดับ 00.25% ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 2.25%
นางรุ่ง กล่าวว่า ด้านตลาดพันธบัตรไทยแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงหลังรับทราบข่าวการลกคิวอี โดยอัตราปลตอบแทนพันธบัตรไทยแทบจะไม่กระดิก ต่างชาติพันธบัตรสหรัฐที่ปรับตัวดีขึ้นรับข่าวดีที่สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของหสรัฐ สะท้อนว่าตลาดตอบรับข่าวคิวีแบบไม่ตื่นตระหนก เพราะมีการเตียมใจไว้แล้ว ทำให้ผลกระทบทบเมื่อเทียบกับ 2 ครั้งก่อนหน้านี้ที่เฟดเคยส่งสัญญาณจะลด ในวันที่ 22 พ.ค.ที่เฟดพูดครั้งแรก และวันที่ 1819 เดือนมิ.ย.ที่เฟดออกมาบอกเหมือนจะการลดคิวอีจะทำเร็วขึ้น ซึ่ง 2 ครั้งนั้น ถ้าเทียบผลกระทบต่อตลาดเงินและตลาดพันธบัตรจะแรงกว่ามาก
“เห็นได้จากรอบนี้ ตลาดพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีเองก็ปรับเพิ่มขึ้นไม่มากเพียง 0.50.6% จากครั้งก่อนที่เพิ่มถึง 1% สะแดงว่าผลคิวอีต่อตลาดไม่ได้มีมาก แต่ก็มีผลดีให้ตลาดหุ้นปรับขึ้นทั่วโลก ยกเว้นตลาดหุ้นไทยที่มีปัจจัยการเมืองภายใน ถือว่าผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐรอบนี้ตอบรับและปรับขึ้นสมเหตุสมผล เพราะภาพเศรษฐกิจดี ผลตอบแทนก็ย่อมสูงขึ้น ไม่ใช่อะไรที่ต้องตื่นมาก ดูโดยรวมตลาดพันํบัตรไทย และค่าเงินบาทตอบรับคิวอีแบบค่อยๆรับข่าวแบบค่อยเป็นค่อยไป ไมได้ตระหนกตกใจต่าง จากครั้งที่ผ่านๆมา” นางรุ่งกล่าว
โฆษก ธปท. กล่าวว่า การอ่อนค่าของเงินบาทรอบนี้อาจจะส่งผลดีต่อภาคการส่งออกไทยมากนัก เพราะถึงค่าเงินบาทอ่อนจะช่วยให้ได้เงินบาทมากขึ้น แต่ที่สุดการขายสินค้าต้องขายตามราคาตลาดโลก เช่น ถ้าราคาสินค้าที่ 100 เหรียญสหรัฐ เมื่อขายได้ก็อาจจะช่วยสภาพคล่องดีขึ้น และช่วยกำไรในรูปบาทได้ แต่เอาเข้าจริงเงินบาทไม่ได้ช่วยให้ราคาสินค้าส่งออกไทยถูกลงแล้วแข่งขันได้ขึ้นมากนัก และไม่น่าจะช่วยให้ส่งออกโตมากนัก เพราะสินค่างออกไทยไม่ได้อยู่ในเทนด์ความต้องการของตลาดโลก เพราไทยมีข้อจำกัดด้านการผลิต อย่างไรก้ดีปีนี้ธปท.ยังมองว่าส่งออกจะโตได้ 1% และปีหน้าที่ 7% แต่ยังมีโอกาสปรับลดลงได้อีก
โฆษก ธปท. กล่าวต่อว่า การประกาศลดคิวอีในเดือนม.ค.น่าจะเป็นการส่งสัญญาณต่อความมั่นใจของเศรษฐกิจสหรัฐ เพราะตลาดแรงงานปรับตัวดี ขณะที่การเจรจาของ 2 พรรคการเมืองใหญ่ของสหรับก็ลุล่วงได้ระดับหนึ่ง ซึ่งอาจะเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้การปรับลดคิวีมาได้เร็วขึ้น ทำให้ตลาดมีการเตรียมใจไว้ก่อนบ้าง ถือเป็นการแสดงความมั่นใจและเป็นตัวบวกต่อเศรษฐกิจโลก ว่าสัญญาณเศรษฐกิจดีขึ้น
ทั้งนี้ การปรับลดคิวอีรอบนี้ นายเบน เบอร์เนนเก้ ประธานเฟดมีความระมัดระวังมากในการสื่อสารเพื่อดูแลผลกระททในตลาดค่อนข้างมาก สังเกตจากการพูดที่ตั้งใจจะไม่ให้สะเทือนตลาด ตั้งแต่คำพูดที่บอกว่าจะค่อยๆทำเล็กๆ รอดูประเมินผลจากข้อมูล ให้มาตรการยืดหยุ่นได้ และถ้าเกิดไม่ดีจะหยุดบางเดือนก็ได้ หรือถ้าดีก็ทำเร็วขึ้นก็เป็นได้ เหมือนว่าเฟดพร้อมทำทุกสิ่งทุกอย่างในการประคับประคองสถานการณ์เศรษฐกิจให้ดีขึ้น
และที่สำคัญเฟดพยามจะบอกว่าถึงภาวะเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่สถานการณ์นโยบายการเงินของเฟดจะผ่อนคลายไปอีกระยะ แม้อัตราการว่างานของสหรัฐจะลดลงได้ตามเป้าหมายที่ 6.5% จากปัจจุบันที่ลดเหลือ 7% แต่เฟดยังบอกว่านโยบายการเงินยังน่าจะผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนการเติบโตอยู่อีกมาก







