
หวั่นลักลอบทิ้งกากอุตฯออกตรวจเข้ม15จังหวัด
โพสต์ทูเดย์
— กระทรวงอุตฯ เข้มงวดตั้งคณะทำงานตรวจโรงงานทิ้งกากอุตสาหกรรม นำร่องตรวจสอบ 15 จังหวัด แก้ปัญหาการลักลอบทิ้งนอกพื้นที่บำบัดนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ตั้งคณะทำงานประสานความร่วมมือด้านการจัดการกากอุตสาหกรรม เพื่อเร่งรัดติดตามการจัดการกากอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากบางพื้นที่มีปัญหาลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ซึ่งอาจก่อให้เกิดมลพิษและมลภาวะในชุมชน โดยมีพื้นที่เป้าหมายนำร่อง 15 จังหวัด
ปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศที่เข้าระบบจัดการกากของเสียจากภาคอุตสาหกรรม 1.1 หมื่นรายทั่วประเทศ คิดเป็น 8090% ของปริมาณกากของเสียทั้งหมด แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นพบว่าตัวเลขปริมาณกากของเสียจากโรงงานบำบัดกากอุตสาหกรรมไม่ตรงกับตัวเลขที่ผู้ประกอบการขออนุญาตนำออกกากอุตสาหกรรมของโรงงาน จึงเกรงว่าอาจมีการลักลอบนำกากของเสียไปทิ้งในแหล่งอื่นซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชุมชน เนื่องจากกากของเสียมีทั้งกากที่อันตรายและไม่อันตราย หากกำจัดผิดวิธีจะเกิดความไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพของประชาชนได้
สำหรับพื้นที่เป้าหมายที่จะตรวจติดตามการจัดการกากอุตสาหกรรมใน 15 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร ชลบุรี ปทุมธานี นครปฐม นครราชสีมา นนทบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สงขลา ราชบุรี สระบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ และพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เนื่องจากมีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเป็นโรงงานอุตสาหกรรมประเภท ผลิตปุ๋ย สารป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืช ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ การพ่นสีหรือสารพ่นเคลือบ ประเภทหมัก ชำแหละ อบ ป่นหรือบด เป็นต้น ซึ่งมีกากอุตสาหกรรมค่อนข้างมาก และมีโอกาสส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูง
สำหรับการตรวจสอบปริมาณกากของเสียอุตสาหกรรม จะตรวจสอบอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษโดยเฉพาะการกำจัดกากขยะอันตราย นอกจากนี้ในส่วนของการอนุญาตสร้างโรงงานกำจัดกากที่คาดว่าอาจจะขยายเพิ่มนั้น ต้องดูความเหมาะสมหรือความเป็นไปได้ในการอนุญาตตั้งโรงงานกำจัดกากของเสีย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการตัดราคาค่าบริการแก่โรงงานอุตสาหกรรมที่จะใช้บริการกำจัดกากของเสีย และสร้างมาตรฐานในการวางระบบกำจัดกากอุตสาหกรรมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านโรงงานอุตสาหกรรมที่มีกากของเสียและยังไม่เข้าระบบ กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวกับกากอุตสาหกรรมภายใน 1 เดือน จากนั้นจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง







