
เจาะลึกไมโครเทรนด์
โอกาสทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการไม่ควรพลาด
..ภารดี วิวัฒนะประเสริฐ
นักวิเคราะห์อาวุโส วิเคราะห์ธุรกิจและอุตสาหกรรม ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์
ปัจจุบันผู้ประกอบการต่างต้องการที่จะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด หนึ่งในกลยุทธ์ก็คือ การสร้างความแตกต่างเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ใดสามารถตอบโจทย์ได้
ดังนั้น ไมโครเทรนด์ หรือกลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่จะขยายธุรกิจให้เติบโตได้ ผู้ประกอบการในตลาดคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ปัจจุบันแนวโน้มผู้บริโภคเปลี่ยนจากกลุ่มใหญ่แบบดั้งเดิมมาเป็นกลุ่มย่อยที่มีความต้องการที่ซับซ้อนและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น แล้วเราจะคาดการณ์กลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ ได้อย่างไร ไมโครเทรนด์เป็นคำที่ มาร์ค เพนน์ ซึ่งเป็นผู้ทำประชามติที่มีชื่อเสียงให้กับอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ บิล คลินตัน และฮิลลาลี คลินตัน ใช้หมายถึง
“กลุ่มที่มีความเหมือนกันและเป็นกลุ่มที่กำลังขยายตัวโดยบริษัทต่างๆ นักการตลาด ผู้วางนโยบายและผู้ที่เกี่ยวข้องที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของสังคมยังมิได้ตอบสนองความต้องการและความปรารถนาของพวกเขา”แนวโน้มไมโครเทรนด์ในประเทศไทยมีอะไรบ้าง?
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Economic Intelligence Center : SCB EIC) ได้ศึกษาเชิงลึกถึงปัจจัยทางโครงสร้างประชากรที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการบริโภคของคนไทยเพื่อชี้ให้เห็นถึงโอกาสและความท้าทายต่อภาคธุรกิจ พบว่ามีไมโครเทรนด์ที่อาจเป็นไปได้ในอนาคต ดังนี้
1.ผู้หญิงตัวคนเดียว อัตราการหย่าร้างและอายุขัยเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้หญิงม่ายสูงขึ้น
ทั้งนี้ จากการที่ผู้ชายมีแนวโน้มเสียชีวิตเร็วกว่าและมีแนวโน้มแต่งงานใหม่มาก กว่าผู้หญิง เราคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2563 จะมีผู้หญิงตัวคนเดียวประมาณ 5.6 ล้านคน ซึ่ง 3.8 ล้านคน จะเป็นม่ายและ 1.8 ล้านคนจะมาจากการหย่าร้าง
2.เจ้านายผู้หญิง จากการที่ผู้หญิงมีการศึกษาที่ดีขึ้นและเข้าสู่กำลังแรงงานมากขึ้น ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากเป็นระดับหัวหน้างาน โดยจากการเก็บข้อมูลมหาวิทยาลัยปิดชั้นนำในไทย 10 แห่ง พบว่าจำนวนนักศึกษาหญิงมีมากกว่านักศึกษาชาย 9 คณะ จาก 10 คณะ หลักที่ทำการเก็บข้อมูลปี พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นคณะหลักสายวิทยาศาสตร์ 5 คณะ และคณะหลักสายสังคมศาสตร์ 5 คณะ โดยเปรียบเทียบกับปี พ.ศ. 2517 ที่มีเพียง 2 คณะ จาก 10 คณะ ที่มีจำนวนนักศึกษาหญิงมากกว่านักศึกษาชาย
3.ครัวเรือนที่เกิดจากการแต่งงานใหม่ ชายที่ผ่านการหย่าร้างมีแนวโน้มที่จะแต่งงานใหม่ จากรูปแบบโครงสร้างอายุของชายและหญิงที่หย่าร้างแสดงให้เห็นว่าผู้ชายที่หย่าร้างมักแต่งงานใหม่กับผู้หญิงที่ยังไม่เคยสมรสมาก่อน จะเห็นได้จากการที่ในทุกช่วงอายุ สัดส่วนผู้ชายที่หย่าร้างต่อจำนวนประชากรชายในแต่ละช่วงอายุต่ำกว่าผู้หญิงหย่าร้าง เช่น ช่วงอายุ 40
–49 ปี ผู้ชายหย่าร้างมีเพียง 4% ของผู้ชายในช่วงอายุนั้น ในขณะที่ผู้หญิงหย่าร้างในช่วงอายุเดียวกันนั้นสูงถึง 7% ซึ่งจะเกิดเช่นนี้ก็ต่อเมื่อผู้ชายแต่งงานใหม่กับหญิงโสดมากกว่าผู้หญิงที่ ผู้หญิงหย่าร้างจะแต่งงานใหม่4.ครอบครัวคู่สมรสไม่มีบุตรครัวเรือนที่ไม่มีลูกหลานอยู่ด้วยมีจำนวนเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงกรณีที่บุตรหลานแยกบ้านออกไป และกรณีการแต่งงานโดยไม่มีบุตร โดยเห็นว่า
“คู่สมรสไม่มีบุตร” มีจำนวนราว 40% ที่มาจากครอบครัวคู่สมรสมีบุตร แต่บุตรได้แยกครอบครัวไปแล้ว และส่วนที่เป็นคู่สมรสไม่มีบุตรจริงๆ นั้น กว่า 60% มีอายุมากกว่า 40 ปี ซึ่งมีโอกาสน้อยมากที่จะมีบุตร5.ครอบครัวที่ไม่ใช่ครัวเรือนเดี่ยว คู่สมรสที่หย่าร้าง เป็นม่าย คู่สมรสไม่มีบุตร หรือครัวเรือนในโครงสร้างอื่นๆ ที่คล้ายคลึง กัน ได้ส่งผลให้เกิดลักษณะครัวเรือนแบบใหม่ที่มีความหลากหลาย ข้อมูลแสดงให้เห็นว่ามีครอบครัวที่ไม่ใช่ครัวเรือนเดี่ยวกำลังเปลี่ยนแปลงไปจากครอบครัวขยายแบบดั้งเดิมไปสู่ครอบครัวที่ไม่ใช่ครัวเรือนเดี่ยวรูปแบบใหม่ๆ เช่น ครอบครัวคู่สมรสไม่มีบุตรแต่อยู่กับหลาน และครอบครัวที่มีญาติมาอยู่รวมกัน ผู้ประกอบการควรทำ การศึกษาเชิงลึกเพื่อทราบความปรารถนาและเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านั้น
ยกตัวอย่างเช่น ครอบครัวคู่สมรสไม่มีบุตรจะมีแนวโน้มการใช้จ่ายด้านสันทนาการและบันเทิงมาก ซึ่งเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเสนอสินค้าหรือบริการให้ตรงกับความต้องการมากขึ้น เช่น โรงหนัง ร้านอาหารหรือโรงแรมสามารถจัดส่วนบริการที่บริการเฉพาะผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป อาจตรงใจกลุ่มคนเหล่านี้และส่งผลให้มาเลือกใช้บริการมากขึ้น เป็นต้น
ดังนั้น คงขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการจะปรับตัวให้ทันกับผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงและคว้าโอกาสให้ผู้ประกอบการนั้นๆ สามารถสร้างความแตกต่างให้กับตราสินค้าหรือบริการได้อย่างไร







