
ปีใหม่ คิดใหม่
ปีเก่ากำลังจะผ่านไป ปีใหม่กำลังจะมา แม้สถานการณ์การเมืองภายในประเทศยังคุกรุ่น แต่ก็ภาวนาว่าจะผ่านพ้นไปด้วยดี
ปีเก่ากำลังจะผ่านไป ปีใหม่กำลังจะมา แม้สถานการณ์การเมืองภายในประเทศยังคุกรุ่น แต่ก็ภาวนาว่าจะผ่านพ้นไปด้วยดี
จากผลสำรวจของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ พบว่าการจับใช้จ่ายสอยของประชาชนยังคงมีความคึกคัก แต่คึกคักน้อยกว่าที่ควรจะเป็น จากการที่ประชาชนลดการใช้จ่ายลงในส่วนของสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ยังคงใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดในช่วงปีใหม่รวม 111,757 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยวางแผนการท่องเที่ยวคิดเป็น 60.3% ของการใช้จ่ายทั้งหมด แบ่งเป็นการท่องเที่ยวในประเทศ 50,617.71 ล้านบาท และการเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศมีค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 28,841.53 ล้านบาท
สินค้ากลุ่มหนึ่งที่จะได้อานิสงส์จากเทศกาลปีใหม่และการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทย ก็คือ ของขวัญ ของฝาก ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้ลุกขึ้นมาโปรโมทสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หรือโอท็อป ซึ่งเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ถูกใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ สร้างมูลค่าการส่งออกปีละเกือบ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ยังไม่สามารถดึงให้คนไทยหันมาใช้สินค้าไทยได้มากเท่าที่ควร
น่าแปลกที่การรณรงค์ให้ใช้สินค้าไทย อย่างโครงการเมด อิน ไทยแลนด์ ดำเนินการมาแล้วเกือบ 30 ปี แต่ยังไม่สามารถสร้างการรับรู้ หรือเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนไทยให้หันมาใช้สินค้าไทยอย่างแพร่หลาย และอยู่ในจิตสำนึกว่าจะต้องเลือกสินค้าไทยก่อน สิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ คือ คนไทยก็ยังเป็นชาติหนึ่งที่คลั่งไคล้สินค้าแบรนด์เนมติดอันดับต้นๆ ของโลก
เพราะฉะนั้น การเปลี่ยนค่านิยมของคนไทยให้หันมาใช้สินค้าไทย จึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายเพียงชั่วข้ามคืน นอกจากสร้างการรับรู้ว่าสินค้าไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพแล้ว ยังต้องสร้างการยอมรับ การรับรู้ในเนื้อแท้ของผลิตภัณฑ์ เปลี่ยนทัศนคติของคนไทย ไม่ให้มองแค่เปลือกนอก
ทัศนคติที่ควรมองให้ลึกถึงเนื้อแท้ ต้องสร้างให้เกิดขึ้นไม่เฉพาะแค่การเลือกซื้อสินค้าเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงส่วนต่างๆ ของสังคมที่เราอาศัยอยู่ เพราะสุดท้ายจะนำไปสู่การเปลี่ยนมุมมองในการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพทั้งคนซื้อ คนขาย และผู้ผลิต







