
ซื้อรอโกยกำไร10%
เมย์แบงก์กิมเอ็งคาดฟื้นครึ่งปีหลังทิสโก้ชวนไปต่างประเทศทิ้งตลาดไทย
เมย์แบงก์กิมเอ็งคาดฟื้นครึ่งปีหลังทิสโก้ชวนไปต่างประเทศทิ้งตลาดไทย
ปีหน้าสดใสกว่าปีนี้ที่รูด เฉียด 6% เมย์แบงก์ฯ ชวนลงทุนหุ้น ลุ้นกำไร 10% ส่วนทิสโก้ให้เลี่ยงตลาดไทย
นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจตลาดหุ้นน่าจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยคาดว่านักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ยประมาณ 10% (ไม่รวมเงินปันผล) ซึ่งดีขึ้นจากปี 2556
“ในช่วง 36 เดือนแรก ตลาดจะผันผวนและถือว่าเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงสุด เพราะมีความไม่แน่นอนทางการเมืองและสหรัฐเริ่มลดขนาดคิวอี ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงจนน่าสนใจ บริเวณ 1,2001,250 จุด ส่วนการประเมินมูลค่าหุ้นของตลาด เราแบ่งเป็น 3 กรณี” นายสุกิจ กล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่คาดว่าจะเริ่มขยายตัวในระดับที่น่าพอใจตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป โดยยังคงถูกผลักดันจากการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศเป็นหลัก แต่คาดว่าจะมีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจพลังงานและการส่งออก เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร เป็นต้น
ทั้งนี้ สัญญาณในเชิงบวกต่อบรรยากาศการลงทุน คือ นักวิเคราะห์เริ่มกลับมาปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิของปี 2557 เพิ่มขึ้น หลังจากในช่วงปี 2556 ปรับลดการคาดการณ์กำไรสุทธิอย่างต่อเนื่อง
นายสุกิจ กล่าวว่า ในปีหน้าคาดว่าเงินทุนต่างชาติยังคงสามารถไหลออกไปได้อีกในช่วง 6 เดือนแรก หากพิจารณาจากมูลค่าซื้อสะสมตั้งแต่ปี 2552 แต่คาดว่ามีโอกาสไหลกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง แต่คงไม่มากเท่ากับในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเฟดกำลังจะเลิกมาตรการคิวอี
ปัจจัยสนับสนุนให้เงินทุนต่างชาติไหลกลับมานั้นจะเกิดขึ้นจาก 3 เงื่อนไข คือ การเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเดินหน้าได้ การบริโภคฟื้นตัว
ด้านทิสโก้ เวลธ์ บริการที่ปรึกษาการเงินการลงทุนครบวงจรจากทิสโก้ โดยศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์กลุ่มทิสโก้ ประเมินกลยุทธ์การลงทุนในไตรมาสแรกปี 2557 ว่า การลงทุนในตลาดหุ้นจะยังคงให้ผลตอบแทนที่ดีเมื่อเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ แต่แนะนำให้ลดน้ำหนักและหลีกเลี่ยงการลงทุนในตลาดหุ้นไทย อินเดีย และละตินอเมริกา
ตลาดหุ้นที่น่าสนใจให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้น ญี่ปุ่น สหรัฐ จีน เอเชียเหนือ และกลุ่มประเทศหลักของยุโรป คาดว่าการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีโอกาสได้กำไรมากกว่า 20% ส่วนตลาดสหรัฐและยุโรปบางประเทศจะมีกำไร ตามแนวโน้มการเติบโตของกำไร บจ.ระดับ 1015% ส่วนตลาดหุ้นจีน ก็มีโอกาสได้กำไรการปฏิรูปเศรษฐกิจจูงใจเงินทุนต่างชาติ







