
ส่องอนาคต"หมอฟัน"ไทยวิกฤตหรือโอกาสหลังเปิดเออีซี
หลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) “ทันตแพทย์” เป็นอีกหนึ่งสาขาวิชาชีพที่จะสามารถเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีได้
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
หลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) “ทันตแพทย์” เป็นอีกหนึ่งสาขาวิชาชีพที่จะสามารถเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีได้ ซึ่งหมายความว่าในช่วงเวลาที่เหลืออีกไม่มากนี้ ทันตแพทย์ไทยจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับการแข่งขันที่อาจจะมีสูงขึ้น
ทองนารถ คำใจ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ฉายภาพให้เห็นเหรียญทั้งสองด้านว่า ปัจจุบันหากมองในแง่ทักษะฝีมือของทันตแพทย์ไทยถือเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคอาเซียน และยังติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก เผื่อรวมกับปัจจัยอื่นอย่างค่ารักษาพยาบาลของไทยที่ถูกกว่าหลายประเทศ จึงทำให้แต่ละปีมีลูกค้าจากประเทศที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น เดินทางเข้ามารับบริการทันตกรรมในประเทศไทยจำนวนมาก ส่งผลให้ตลาดแรงงานสาขาทันตแพทย์ของไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มประเทศอาเซียนเท่านั้น แต่ยังเป็นตลาดโลก ขณะที่ตอนนี้ทันตแพทย์ในประเทศเองก็ยังมีจำนวนไม่เพียงพอ
ขณะเดียวกันเมื่อเออีซีกำลังจะเปิด ก็มีสัญญาณว่าสถานพยาบาลด้านทันตกรรมภาคเอกชนจะต้องเติบโตขึ้น เพื่อรองรับการเปิดเสรี โดยเฉพาะการปรับเพิ่มสัดส่วนทุนต่างชาติให้สามารถมาถือหุ้นในโรงพยาบาลเอกชนเพิ่มจาก 49% เป็น 70% ได้ตามข้อตกลงของการเปิดเออีซี จะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีคนจากหลายชาติอยู่ในทีมเดียวกัน ซึ่งหมายความว่าอาจมีผู้ที่ทำงานด้านการแพทย์จากชาติอื่นเข้ามาทำงานในประเทศไทยอยู่ในทีมนี้ด้วย
“หากแพทย์ ทันตแพทย์ หรือพยาบาลของไทยไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษกับผู้บริหาร หรือไม่สามารถชี้แจง สรุปงานในที่ประชุมเป็นภาษาอังกฤษได้ แม้จะมีฝีมือ หรืออายุงานมากแค่ไหน ก็หมดสิทธิที่จะเป็นหัวหน้าทีม แต่กลับต้องเป็นลูกน้องของคนชาติอื่น จึงอยากฝากถึงทุกคนในสาขานี้ให้เร่งพัฒนาภาษาอังกฤษของตัวเองด้วย เริ่มตั้งแต่นักศึกษาไปจนถึงผู้ที่ประกอบวิชาชีพแล้ว”
สอดคล้องกับ อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ และคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เผยผลการวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขันของการเปิดเสรีแรงงานวิชาชีพไทยภายใต้เออีซีในกลุ่มแรงงาน 7 สาขา ได้แก่ สาขาวิศวกรรม พยาบาล สถาปัตยกรรม การสำรวจ แพทย์ ทันตแพทย์ และบัญชี พบว่าผู้ที่อยู่ในวิชาชีพเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเรื่องการเปิดเออีซี และไม่ตระหนักถึงประโยชน์ของการที่จะเปิดเสรีในอนาคต
“จากการสำรวจพบว่า กลุ่มวิชาชีพไทยมีศักยภาพในการแข่งขันสูงเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน แต่ผู้ประกอบวิชาชีพเหล่านี้มีความเห็นตรงกันว่าจะไม่ออกไปขายแรงงานในประเทศอาเซียน แต่ต้องการออกไปทำงานในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ ยุโรป ออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์มากกว่า เพราะประเทศเหล่านี้มีองค์ความรู้มาก หากไปทำงานจะสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้”
อย่างไรก็ตาม พบว่าในทางกลับกัน เมื่อเปิดเออีซีแล้วแรงงานจากกลุ่มประเทศอาเซียนจะไหลเข้ามาทำงานในเมืองไทยมากขึ้น เช่น พยาบาลจากประเทศฟิลิปปินส์ เพราะฟิลิปปินส์เป็นประเทศผลิตพยาบาลส่งออก หรืออาจจะมีทันตแพทย์จากประเทศในยุโรปที่ได้โอนสัญชาติเป็นชาวสิงคโปร์ตามที่เงื่อนไขกำหนด เข้ามาขอใช้สิทธิประกอบวิชาชีพในไทย เป็นต้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่สนใจต้องการมาทำงานในเมืองไทยอยู่แล้ว และบางส่วนเป็นกลุ่มที่ไม่มีงานในประเทศตัวเอง เนื่องจากจำนวนทันตแพทย์ในประเทศเหล่านี้มากกว่าจำนวนคนเจ็บป่วย







