
ยกเครื่องแผนตลาด3จีดึงเอกชนรับช่วง
บอร์ดทีโอทีรื้อใหญ่แผนการตลาด 3จี หลังงบติดตั้งพุ่ง 1.9 หมื่นล้านบาท เล็งวานเอกชนรับช่วง
บอร์ดทีโอทีรื้อใหญ่แผนการตลาด 3จี หลังงบติดตั้งพุ่ง 1.9 หมื่นล้านบาท เล็งวานเอกชนรับช่วง
พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย ประธานกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า บอร์ดเตรียมพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการตลาดโครงการ 3จี ทั่วประเทศครั้งใหญ่ โดยจะให้เอกชนเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้ เพื่อให้ทีโอทีสามารถแข่งขันได้ และมีรายได้มาชดเชย
ทั้งนี้ เนื่องจากงบดำเนินโครงการนี้เพิ่มจากเดิมที่ประมูลได้ 1.6 หมื่นล้านบาท เป็น 1.9 หมื่นล้านบาท รวมทั้งยังล่าช้ากว่าแผนเดิมที่จะเปิดให้บริการถึง 1 ปี
การให้เอกชนเข้ามาดำเนินการแทนนั้น เพราะบอร์ดเห็นว่าทีโอทีไม่มีความสามารถที่จะทำการตลาดเอง เห็นได้จากบริการ 3จี ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ และขณะนี้โครงการ 3จี ล่าช้าไปมาก โดยปัจจุบันยังติดตั้งไม่เสร็จอีก 11 สถานี จากทั้งหมด 5,320 สถานี ที่ต้องเสร็จตั้งแต่ปลายปี 2555
สำหรับโครงการ 3จี เฟส 2 มูลค่า 3 หมื่นล้านบาทนั้น ถูกชะลอออกไป เนื่องจากรัฐบาลประกาศยุบสภา เพราะเรื่องดังกล่าวต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ รวมไปถึงโครงการเครือข่ายยุคหน้า (เอ็นจีเอ็น) 3,500 ล้านบาทเช่นเดียวกันที่จะต้องนำกลับมาทบทวนก่อนเสนอ ครม.ชุดใหม่
นอกจากนี้ บอร์ดทีโอทียังมีมติอนุมัติให้ฟื้นรายได้ในส่วนของบริการตู้โทรศัพท์สาธารณะอีกครั้งโดยให้นำไปติดตั้งที่เรือนจำกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ หลังจากการให้บริการเบื้องต้นกับเรือนจำ 16 แห่ง จำนวน 300 ตู้ พบว่ามีรายได้ประมาณ 15 ล้านบาทต่อเดือน หรือเฉลี่ย 5 หมื่นบาทต่อเครื่อง
พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า บริการตู้โทรศัพท์สาธารณะถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ถูกคุมขังในเรือนจำ เนื่องจากไม่สามารถติดต่อผ่านโทรศัพท์มือถือได้ ดังนั้น จึงเป็นช่องทางในการหารายได้เพิ่มเติมให้กับโทรศัพท์สาธารณะ หลังจากที่ผ่านมามีรายได้ลดต่อลงอย่างเนื่อง
ด้านแผนดำเนินธุรกิจของทีโอทีในปี 2557 จะให้ความสำคัญเรื่องบริการหลังการขายมากขึ้น โดยอิงธุรกิจประกันที่มีหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าถึงตัวลูกค้าและแก้ปัญหาเบื้องต้นให้ได้ภายใน 3 ชม. หากเป็นปัญหาใหญ่ต้องแก้ให้เสร็จภายใน 24 ชม. เพื่ออุดจุดอ่อนของทีโอทีที่ผ่านมา ที่ลูกค้าไม่พึงพอใจกับบริการหลังการขาย และทำให้ยอดอัตราการไหลออกของลูกค้าที่ใช้บริการทีโอทีสูงถึง 90% หากเทียบกับคู่แข่งที่บริการหลังการขายดีกว่า
อย่างไรก็ตาม ยังรวมถึงการนำอาคารที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในทีโอทีไปให้ผู้อื่นเช่า ซึ่งประมาณการเบื้องต้นว่า ในปี 2557 จะสามารถทำรายได้สูงถึง 2,000 ล้านบาท







