posttoday
อนาคตหุ้นไทยปี 2557 โอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นในขอบเขตที่จำกัด

อนาคตหุ้นไทยปี 2557 โอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นในขอบเขตที่จำกัด

26 ธันวาคม 2556

คอลัมน์ บลจ.วรรณ

คอลัมน์ บลจ.วรรณ

สวัสดีครับ ฉบับนี้ผมขอพูดถึงภาพรวมตลาดหุ้นไทยในปี 2557 บ้าง หลังจากที่ตลาดหุ้นไทยปี 2556 ซึ่งนับได้ว่าเป็นปีที่การลงทุนในตลาดหุ้นค่อนข้างมีความผันผวนมากโดยจากต้นปีถึงปัจจุบัน (16 ธ.ค. 56) ดัชนี SET Index ได้ปรับตัวลดลงกว่า 4.6% ทั้งจากปัจจัยกดดันจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันกว่า 1.85 แสนล้านบาท เพื่อโยกย้ายเงินลงทุนไปยังประเทศพัฒนาแล้ว โดยเฉพาะสหรัฐ ญี่ปุ่นและจีน จากแนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศเหล่านั้นดีกว่ากลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ เช่น ไทย ขณะที่ความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการชะลอนโยบายการเงินเชิงปริมาณแบบผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐ และปัจจัยการเมืองในช่วงปลายปี ซึ่งกดดันให้ในเดือน พ.ย. 2556 ดัชนี SET Index ปรับตัวลดลงกว่า 5% จากปลายเดือนก่อนหน้า โดยคาดว่าในช่วงที่เหลือของปี 2556 ดัชนี SET Index น่าจะมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ในกรอบ 1,3501,450 จุด

สำหรับมุมมองตลาดหุ้นไทยในปี 2557 ผมมองว่ายังคงมีโอกาสผันผวนต่อเนื่องจากปี 2556 หากการเมืองไทยยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ลงตัวได้ ประกอบกับเศรษฐกิจไทยในปีหน้าก็ยังคงมีโอกาสเติบโตในระดับที่ใกล้เคียงกับปี 2556 เนื่องจากยังขาดทิศทางและนโยบายที่ผลักดันในระยะกลางและระยะยาวอย่างชัดเจน โดยคาดว่า ปี 2557 เศรษฐกิจไทยน่าจะมีโอกาสเติบโตได้ประมาณ 3.54% ใกล้เคียงกับปี 2556 ที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 3% ซึ่งต่ำกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ ทำให้มองว่าต่างชาติจะยังมีโอกาสขายหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง

ในด้านปัจจัยทางมูลค่าหุ้น (Valuation) เห็นได้ว่า อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) มีโอกาสที่จะปรับลดลงลงมาที่ 16% จาก 17.4% ในปี 2556 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวมากนัก แต่ก็จะยังมีบางกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าจะปรับตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่นในปี 2557 ใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่เชื่อมโยงกับการส่งออก จากกำไรของบริษัทที่น่าจะมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นตามการส่งออกที่ฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่มีทิศทางอ่อนค่า กลุ่มพลังงาน เนื่องจากระดับราคาน้ำมันในปัจจุบันยังทรงตัวอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว โดยเฉพาะสหรัฐและจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีการใช้น้ำมันเพื่อผลิตสินค้าอุตสาหกรรมค่อนข้างสูง แม้ว่าปริมาณอุปทานที่เพิ่มขึ้นจาก Shale Oil จะเพิ่มขึ้น แต่ก็คาดว่าจะยังคงอยู่ในขอบเขตที่จำกัด กลุ่มปิโตรเคมี จากราคาปิโตรเคมีที่ดีขึ้นตามเศรษฐกิจโลกและราคาได้ปรับตัวลดลงผ่านจุดต่ำสุดในช่วงก่อนหน้ามาแล้ว ประกอบกับส่วนต่างระหว่างราคาขายกับต้นทุนวัตถุดิบก็เริ่มปรับเพิ่มขึ้นด้วย และสุดท้าย ได้แก่ กลุ่มอาหาร โดยคาดว่าผลประกอบการของธุรกิจอาหารได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และราคาขายส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่ทำให้ธุรกิจมีกำไรได้ เนื่องจากต้นทุนราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ได้ปรับลดลงและแนวโน้มความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะจีน

ทั้งนี้ คาดว่าอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ (EPS) ในปี 2557 ของกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน ปิโตรเคมี และอาหาร คาดว่าจะเติบโตประมาณ 16.7% 17.6% และ 27.2% ตามลำดับ ขณะที่คาดว่าดัชนี SET Index ในปี 2557 น่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,5151,680 จุด โดยมีค่ากลางอยู่ที่ 1,595 จุด

หากนักลงทุนท่านใดที่สนใจการลงทุนในหุ้น หากไม่มีเวลาติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน อาจพิจารณาตัดสินใจเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวม สำหรับ บลจ.วรรณ แนะนำกองทุนเปิดวรรณเอเอ็มเซ็ท 50 (1AMSET50) ซึ่งมุ่งเน้นการลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ประมาณ 2530 บริษัทที่อยู่ในดัชนี SET50 ซึ่งปัจจุบันกองทุนฯ ค่อนข้างให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มดังกล่าว ซึ่งหากนักลงทุนสนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บลจ.วรรณ หรือผู้สนับสนุนตัวแทนขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนได้ครับ แต่ทั้งนี้ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุนครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท