
อินเด็กซ์ปรับแผนรุกโหมขยายธุรกิจเพื่อนบ้าน
จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลให้คาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบยาวไปถึงไตรมาสแรกของปี 2557 ซึ่งจากผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการบางรายต้องหันไปขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ที่ผู้ประกอบการธุรกิจอีเวนต์ให้ความสนใจ และบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ก็ได้ประกาศแผนว่าจะบุกขยายธุรกิจในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งประเทศที่ให้ความสนใจเข้าไปขยายธุรกิจอย่างจริงจังคือ พม่า และเวียดนาม
จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลให้คาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบยาวไปถึงไตรมาสแรกของปี 2557 ซึ่งจากผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการบางรายต้องหันไปขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ที่ผู้ประกอบการธุรกิจอีเวนต์ให้ความสนใจ และบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ก็ได้ประกาศแผนว่าจะบุกขยายธุรกิจในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งประเทศที่ให้ความสนใจเข้าไปขยายธุรกิจอย่างจริงจังคือ พม่า และเวียดนาม
เกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ กล่าวว่า ในปี 2557 บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวโปรเจกต์ใหญ่อีกหลายโปรเจกต์ หนึ่งในนั้นจะเป็นโปรเจกต์ในต่างประเทศ เนื่องจากในปีหน้าบริษัทจะเน้นการเข้าไปขยายธุรกิจในประเทศพม่า และเวียดนามมากขึ้น
“ธุรกิจในพม่าเราสนใจที่จะเข้าไปทำเทรดโชว์ และธุรกิจอื่นๆ ที่สามารถต่อยอดได้ เพราะยังมีช่องว่างให้เข้าไปขยายธุรกิจอีกมาก ขณะที่ประเทศเวียดนามมองโอกาสด้านธุรกิจท่องเที่ยว เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจหลายแห่ง เราจึงสนใจที่จะเข้าไปทำธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อต่อยอดธุรกิจอีเวนต์” เกรียงกานต์ กล่าว
ในส่วนของประเทศพม่า ล่าสุดบริษัท อินเด็กซ์ฯ ได้เข้าไปก่อสร้างเอกซิบิชั่นฮอลล์ ภายใต้ชื่อ เมียนม่าร์ อีเว้นท์ พาร์ค ซึ่งได้ร่วมมือกับฟอร์เอฟเวอร์ กรุ๊ป สื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศพม่า ก่อสร้างอาคารดังกล่าว ซึ่งเฟสแรกก่อสร้างเสร็จไป 85% แล้ว โดยพื้นที่เมน ฮอลล์ เฟสแรกที่กำลังจะเสร็จสมบูรณ์ในปลายเดือน ธ.ค.นั้น จะมีขนาดประมาณ 3,600 ตารางเมตร ส่วนเฟสสองคาดว่าจะเสร็จเดือน มี.ค. 2557
นอกจากนี้ อินเด็กซ์ฯ ยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจเข้าไปยังประเทศใหม่ๆ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้ต้องเดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งก็มาจากปัจจัยลบภายในประเทศไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ หรือความวุ่นวายทางการเมือง
“ถ้าไม่มีปัจจัยลบด้านการเมืองเกิดขึ้น เชื่อว่าภาพรวมของธุรกิจอีเวนต์ในปีหน้าจะเติบโตได้ 5% ซึ่งในส่วนของอินเด็กซ์ คาดว่าจะเติบโต 510% เนื่องจากมีการขยายธุรกิจในต่างประเทศเข้ามาช่วยเสริมรายได้ โดยในปีหน้าคาดว่าจะมีรายได้จากต่างประเทศเกิน 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่คาดว่าจะมีรายได้จากต่างประเทศเกือบ 100 ล้านบาท” เกรียงกานต์ กล่าว
สำหรับภาพรวมรายได้ของบริษัท อินเด็กซ์ฯ สิ้นปีนี้ เกรียงกานต์ กล่าวว่า ยังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่รายได้ 2,000 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 5% แม้ว่าจะมีงานอีเวนต์ส่วนหนึ่งเลื่อนการจัดงานไปเป็นปี 2557 ซึ่งถือว่าดีกว่าภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ที่สิ้นปีนี้มีมูลค่าเพียง 1.35 หมื่นล้านบาท เติบโตลดลง 20% จากปี 2555 ที่มีมูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาทเนื่องจากงบการจัดงานอีเวนต์ส่วนหนึ่งถูกเลื่อนออกไปเป็นปี 2557
ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ เกรียงกานต์ คาดว่าภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในประเทศยังคงไม่มีความคึกคัก โดยเฉพาะช่วงไตรมาสแรกของปี 2557 เนื่องจากผู้ประกอบการยังไม่มั่นใจว่าการเลือกตั้งที่กำหนดไว้ในวันที่ 2 ก.พ. 2557 จึงทำให้ชะลอการใช้งบการจัดงานอีเวนต์จนกว่าสถานการณ์จะมีความชัดเจน
หลังจากลุ้นไตรมาสแรกของปี 2557 ธุรกิจอีเวนต์ยังคงต้องลุ้นต่อในไตรมาส 2 และ 3 เพราะหากสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่สงบ การใช้งบผ่านงานอีเวนต์ยังคงต้องชะลอออกไปเรื่อยๆ ซึ่งหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนั้นเป้าหมายที่คาดการณ์ว่าภาพรวมธุรกิจอีเวนต์จะกลับมาเติบโตได้ที่ 5% คงยังไม่เห็นภาพ
ดังนั้น ทางรอดที่ดีที่สุดของผู้ประกอบการธุรกิจอีเวนต์ในปีหน้า คือ การปรับแผนหันไปขยายธุรกิจในต่างประเทศ แม้จะต้องประสบกับปัญหาในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นข้อกฎหมาย หรือผู้เล่นในประเทศนั้นๆ แต่ก็ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุด สำหรับการอยู่รอดธุรกิจท่ามกลางปัจจัยลบ







