posttoday
ชิงจังหวะปฏิรูปดึง"กองทัพ"ค้ำรัฐบาล

ชิงจังหวะปฏิรูปดึง"กองทัพ"ค้ำรัฐบาล

26 ธันวาคม 2556

การชิงจังหวะจัดตั้ง “สภาปฏิรูปประเทศ” ของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถือเป็นการยื้ออำนาจของตัวเอง แถมเปิดเกมโต้กลับ

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

การชิงจังหวะจัดตั้ง “สภาปฏิรูปประเทศ” ของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถือเป็นการยื้ออำนาจของตัวเอง แถมเปิดเกมโต้กลับ ทำลายน้ำหนักการเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่เรียกร้อง “ปฏิรูป” ก่อน “เลือกตั้ง”

ชัดเจนว่าทางเลือก “ยุบสภา” คืนอำนาจประชาชนเปิดทางไปสู่การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. 2557 ที่รัฐบาลหยิบยื่นมาไม่อาจตอบโจทย์ “มวลมหาประชาชน” ที่มองว่าการเลือกตั้งไม่อาจแก้ไขปัญหา พาประเทศก้าวพ้นจากวังวนปัญหาที่หมักหมมมายาวนานของประเทศ

ส่งผลให้ กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ยืนหยัดปักหลักเรียกร้องให้ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ลาออกจากรักษาการเปิดทาง “สภาประชาชน” เขามาปฏิรูปประเทศ พร้อมยกระดับกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความเคลือบแคลงจากหลายฝ่าย ในเส้นทางที่จะเดินไปสู่จุดหมายทั้งกระบวนการและอำนาจ ข้อกฎหมายที่รองรับ

ทางฝั่งรัฐบาลแม้จะมีความชอบธรรมแถมมีรัฐธรรมนูญเป็นใบเบิกทางไปสู่การเลือกตั้ง แต่เมื่อกระแสสังคมยังเชี่ยวกราก ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะฝ่าแรงเสียดทานเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยยุติปัญหาแล้ว ตรงกันข้ามอาจจะเพิ่มความซับซ้อนให้ปัญหามายิ่งขึ้น

กระแส “ปฏิรูป” จึงกลายเป็นความหวังที่ถูกจุดขึ้นมาด้วยความเชื่อที่ว่าจะพาประเทศสู่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ และยังมีเสียงสนับสนุนจากหลายฝ่าย รวมถึงล่าสุด ของ 7 องค์กรภาคเอกชนที่เรียกร้องให้จัดตั้งองค์กรปฏิรูปโดยทันที

ดังนั้น จึงไม่แปลกที่รัฐบาลจะชิงจังหวะ ดึงกระบวนการ “ปฏิรูป” มาอยู่ในมือตัวเอง เพื่อจะได้ควบคุมทิศทางการดำเนินการ แถมยังดำเนินการควบคู่ไปกับการเลือกตั้ง

แต่แน่นอนว่า กปปส.คงไม่อาจยอมรับ “สภาปฏิรูป” ที่รัฐบาลงัดขึ้นมาเป็นทางออกเวลานี้ เพราะเห็นได้จากที่ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. ระบุว่า ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน เป็นเพียงการโหนกระแสเพื่อรักษาอำนาจของตัวเอง ดังนั้น จึงยังยืนยันหลักการเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกจากรักษาการนายกฯ เพื่อปูทางไปสู่การปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

“วันนี้ต้องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ไม่ใช่ปฏิรูปควบคู่การเลือกตั้ง แม้จะตั้งชื่อสวยหรูว่าสภาปฏิรูป แต่สภาดังกล่าวไม่มีอำนาจทางกฎหมาย ทำได้เพียงการเสนอแนะ ซึ่งไม่ต่างอะไรจากสภาโจ๊ก”

อย่างไรก็ตาม หากดูกลไกของสภาปฏิรูปประเทศที่จะมาจากการสรรหาตัวแทนประชาชนจากสาขาอาชีพต่างๆ จำนวน 2,000 คน แล้วให้ทั้ง 2,000 คน เลือกกันเองเพื่อเป็นสมาชิกสภาปฏิรูป จำนวน 499 คน มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ ทั้งคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหาตัวแทนสาขาวิชาชีพ และขั้นตอนการเลือกสมาชิกสภาปฏิรูป จะถูกกำหนดโดยคณะกรรมการ 11 คน

คณะกรรมการชุดนี้ ประกอบไปด้วย 1.พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) หรือผู้แทน ซึ่ง ผบ.สส.แต่งตั้งจากผู้ซึ่งเป็น ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ. 2.หัวหน้าส่วนราชการ ระดับปลัดกระทรวง หรือเทียบเท่า ซึ่งที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง เลือกจำนวน 2 คน

3.เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 4.อธิการบดีของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย 5.ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือผู้แทน 6.ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือผู้แทน 7.ประธานสมาคมธนาคารไทย หรือผู้แทน 8.ประธานและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 2 คน

สัญญาณชัดเจนจากกรรมการ 11 คน สะท้อนถึงการกระชับแนวร่วมให้เข้ามาอยู่ฝั่งรัฐบาลมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เริ่มตั้งแต่ “กองทัพ” ที่จัดให้อยู่ในกรรมการลำดับแรก เพราะไม่อาจปฏิเสธได้ว่าบทบาทของกองทัพถือเป็นส่วนสำคัญที่หากเทน้ำหนักไปอยู่ฝั่งไหน ย่อมสร้างความได้เปรียบให้กับฝั่งนั้น แม้ที่ผ่านมามวลมหาประชาชนจะพยายามเรียกร้อง แต่ทหารก็ยังรักษาท่าที

เที่ยวนี้ “รัฐบาล” จึงรีบฉวยโอกาสทอดไมตรีดึงกองทัพมาอยู่ฝั่งเดียวกัน เพราะจะทำให้ช่องทางยืมมือกองทัพมา “ล้มกระดาน” ต้องถูกพับไปโดยปริยาย และอีกด้านยังทำให้น้ำหนักการเคลื่อนไหวของฝั่ง กปปส.ไม่มีพลังเท่าที่ควร

ไม่ต่างจากฝั่ง “ข้าราชการ” ที่ กปปส.พยายามดึงเข้ามาเป็นพวกเรียกร้องไม่ให้เป็นมือไม้ให้กับระบอบทักษิณ เที่ยวนี้รัฐบาลจึงพยายามดึงข้าราชการกลับมาเป็นแนวร่วม

คล้ายกับเครือข่ายคณาจารย์ อธิการบดีสถาบันอุดมศึกษา ที่ประชุมอธิการบดี ซึ่งมีส่วนร่วมเคลื่อนไหวกับทาง กปปส. ก็ถูกดึงเข้ามาร่วมในสภาปฏิรูปของรัฐบาล

สุดท้าย ภาคธุรกิจเอกชน ที่ถือเป็นส่วนสำคัญในการเคลื่อนไหวกับ กปปส. กลุ่มนี้จึงถูกรัฐบาลดึงเข้ามาร่วมกับฝั่งรัฐบาล

การเคลื่อนไหวของรัฐบาลเที่ยวนี้ จึงสะท้อนให้เห็นสัญญาณความพยายามช่วงชิงแนวร่วมที่เคยเกาะเกี่ยวอยู่กับฝั่ง กปปส. ให้กลับมาร่วมสนับสนุนกระบวนการปฏิรูปภายในการดำเนินการของรัฐบาล เพราะนอกจากจะได้แนวร่วมแล้ว อีกด้านหนึ่งยังเป็นการตัดกำลังของ กปปส.ให้อ่อนแรงลงไปในตัวด้วย หากกลุ่มต่างๆ เหล่านี้ตัดสินใจรับคำเชิญของรัฐบาล

ยิ่งดูกรอบหน้าที่ของสภาปฏิรูปก็ดูจะสอดรับกับข้อเรียกร้องของ กปปส. ที่เปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ ไล่มาตั้งแต่ ข้อ 2.ศึกษาและจัดทำข้อเสนอการปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจ ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมบริหารภาครัฐ ข้อ 3.การใช้อำนาจรัฐ และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม 4.จัดทำข้อเสนอการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้มีประสิทธิภาพ 5.ศึกษาและจัดทำข้อเสนอการปรับปรุงการกระจายอำนาจ การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน

การขยับรุกเดินหน้า “สภาปฏิรูป” ของรัฐบาลเที่ยวนี้ จึงย่อมส่งผลต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของ กปปส.อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะหากองค์กรแนวร่วมต่างๆ ที่เคยยืนอยู่ฝั่งมวลมหาประชาชนถูกดึงไปร่วมอยู่ในกระบวนการปฏิรูปภายใต้การดำเนินการของรัฐบาล

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ