posttoday
ซีไอเอ็มบีไทยมองการเมืองตัวแปรต่อธุรกิจ

ซีไอเอ็มบีไทยมองการเมืองตัวแปรต่อธุรกิจ

24 ธันวาคม 2556

ซีไอเอ็มบี ไทย มองการเมืองเป็นตัวแปรสำคัญชี้วัดผลดำเนินงานปีหน้า เล็งพลิกวิกฤตเป็นโอกาสปั้นวาณิชธนกิจจับลูกค้าธุรกิจย้ายหนีลงทุนเพื่อนบ้าน

ซีไอเอ็มบี ไทย มองการเมืองเป็นตัวแปรสำคัญชี้วัดผลดำเนินงานปีหน้า เล็งพลิกวิกฤตเป็นโอกาสปั้นวาณิชธนกิจจับลูกค้าธุรกิจย้ายหนีลงทุนเพื่อนบ้าน

นายสุภัค ศิวะรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ระบุว่า ขณะนี้ธนาคารมองว่าปัจจัยทางการเมืองจะเป็นตัวแปรหลักที่ส่งผลต่อการเติบโตทางธุรกิจในปีหน้าของธนาคาร เนื่องจากคาดว่าปัญหาภาวะสุญญากาศทางการเมืองในเวลานี้อาจต้องใช้เวลาอย่างเร็วที่สุดคือ 6 เดือนเพื่อคลี่คลาย ทำให้ระหว่างช่วงดังกล่าวการลงทุนของภาคเอกชนและแผนการเบิกใช้งบประมาณของภาครัฐต้องชะลอออกไป ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมทางเศรษฐกิจและส่งต่อมายังสินเชื่อของธนาคารเป็นลูกโซ่

อย่างไรก็ดี ธนาคารได้ประเมินภาพการเติบโตของสินเชื่อในปีหน้าเอาไว้แบบกว้างๆระหว่าง 10-25% โดยในกรณีที่มีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศได้เร็วคาดว่าสินเชื่อจะขยายตัวได้ 15-25% แต่หากปัญหายังคงยืดเยื้อคาดว่าสินเชื่ออาจขยายตัวได้เพียง 10-15% จากปีนี้

“เรามองว่าสินเชื่อในช่วงครึ่งปีแรกของธนาคารน่าจะโตได้ไม่เกิน 10-15% เพราะแม้จะเลือกตั้งได้ก็ยังต้องใช้เวลาตั้งรัฐบาลและดำเนินนโยบายต่างๆ ทำให้ต้องไปลุ้นในครึ่งปีหลังว่าจะกลับมาได้หรือไม่ ซึ่งตอนนี้ยังเดาไม่ออกว่าการเมืองจะมีทางออกอย่างไร ”นายสุภัค กล่าว

นายสุภัค กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์ทางธุรกิจในปีหน้าของธนาคารจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ สายงานธุรกิจรายย่อยที่จะเน้นเจาะกลุ่มไปที่ลูกค้าบุคคลระดับบนที่มีสินทรัพย์ลงทุนกับธนาคารมากกว่า 1 ล้านบาทขึ้นไป เนื่องจากมองว่าโครงสร้างประชากรไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่สังคมสูงอายุ ซึ่งมีเงินเก็บออมและสนใจลงทุนมากขึ้น โดยธนาคารจะมีการปรับปรุงรูปแบบสาขาให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ขณะที่ในกลุ่มลูกค้าภาคธุรกิจจะยังคงใช้จุดแข็งในด้านเครือข่ายอาเซียน ความชำนาญในธุรกิจปริวรรตเงินตราและวาณิชธนกิจเข้าไปดูแลลูกค้าที่มีแผนจะขยายการลงทุนออกไปสู่ภูมิภาคอาเซียน ทั้งในส่วนธุรกิจไทยที่ออกไปและธุรกิจเพื่อนบ้านที่จะเข้ามา นอกจากนี้ ธนาคารยังมีแผนจะเปิดบริการสาขาเวียงจันทน์ในประเทศลาว ในช่วงเดือนมิ.ย.ปีหน้า เพื่อขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

“ท่ามกลางวิกฤตเราก็ยังมองว่ามีโอกาส เช่น ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดจากมาตรคิวอีถือเป็นโอกาสให้ธนาคารได้สร้างรายได้จากบริการบริหารความเสี่ยง ส่วนปัญหาการเมืองก็อาจเป็นแรงกระตุ้นให้ธุรกิจไทยคิดขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งจะเป็นโอกาสของบริการวาณิชธนกิจ”นายสุภัค กล่าว

สำหรับผลดำเนินงานของธนาคารในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา สามารถทำกำไรไปได้แล้ว 1.08 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 15 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หากหักกำไรพิเศษออกไป ขณะที่สินเชื่อมีการขยายราว 29 % หรือเพิ่มขึ้นจาก 1.26 แสนล้านบาท เป็น 1.63 แสนล้านบาท เงินฝากเติบโตขึ้น 26% จากระดับ 1.39 แสนล้านบาท เป็น 1.76 แสนล้านบาท ขณะที่สัดส่วนหนี้เสียปรับลดลงจาก 3.5% มาอยู่ที่ 2.5% โดยคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ สินเชื่อจะเติบโตได้ราว 20-26%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท