posttoday
มหาอำนาจรุมจีบ "พม่า" ชิงทำเลยุทธศาสตร์ใหม่

มหาอำนาจรุมจีบ "พม่า" ชิงทำเลยุทธศาสตร์ใหม่

24 ธันวาคม 2556

คงไม่ผิดนักหากจะพูดว่า ตอนนี้พม่าหัวกระไดไม่แห้ง เพราะทั้งนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติทั่วโลกต่างพากันไปเยือนไม่ขาดสาย

คงไม่ผิดนักหากจะพูดว่า ตอนนี้พม่าหัวกระไดไม่แห้ง เพราะทั้งนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติทั่วโลกต่างพากันไปเยือนไม่ขาดสาย

สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และผู้เชี่ยวชาญด้านจีนและอาเซียน มองว่า พม่าประสบความสำเร็จมากทั้งที่เพิ่งเปิดมา 3 ปี เห็นได้จากการเป็นเจ้าภาพจัดงานสำคัญๆ อย่างการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม และกีฬาซีเกมส์ในปีนี้ รวมถึงเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า

น่าสนใจว่า มีหลายปัจจัยที่ทำให้พม่าเปิดตัวได้ดี ได้แก่ 1.วิสัยทัศน์ของผู้นำพม่าฝ่ายต่างๆ ทั้งทหาร รัฐบาล ฝ่ายค้าน ที่เอาประเทศเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่มุ่งประโยชน์ทางการเมืองเป็นตัวตั้ง ทำให้เกียรติภูมิของพม่าในระดับสากลดีขึ้น และสามารถตั้งหลักได้รวดเร็ว

2.พม่าได้เปรียบหลายด้าน ทั้งประชากรที่มีราว 60 ล้านคน ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร และเป็นประเทศขนาดใหญ่ มีพื้นที่มากกว่าไทย 3040% มีที่ดินว่างเปล่าที่พร้อมทำการเกษตรอีกกว่า 120 ล้านไร่ เกือบๆ เท่ากับพื้นที่เพาะปลูกในไทย 150 ล้านไร่

การที่พม่ายังพัฒนาต่ำกว่าศักยภาพที่เป็นจริง ทำให้บรรดามหาอำนาจ ทั้งสหรัฐ สหภาพยุโรป (อียู) จีน และญี่ปุ่น ต่างสนใจพม่า เพราะโอกาสมากมายรออยู่

มหาอำนาจแต่ละรายมีเป้าหมายที่หลากหลายสำหรับมหาอำนาจหมายเลข 1 อย่างสหรัฐ ต้องการใช้อาเซียนเป็นศูนย์กลางบริหารจัดการด้านการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคง ในขณะที่พม่ามีศักยภาพทั้งในแง่เศรษฐกิจและพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ตามนโยบายหวนกลับมาสานสัมพันธ์กับอาเซียน

กรณีของจีนมองพม่าเป็นรอยต่อระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับเอเชียใต้ ทำให้จีนสามารถล่องใต้ผ่านพม่าเพื่อออกสู่มหาสมุทรอินเดียได้สะดวกกว่าไปอ้อมแหลมมลายู ขณะเดียวกันจีนก็มีปัญหากับเพื่อนบ้านรอบข้างอย่างญี่ปุ่น รวมถึงมีช่องว่างความสัมพันธ์กับอินเดีย มองโกเลีย รัสเซีย ไต้หวัน

หมายความว่า จีนไม่อาจเพิกเฉยต่อกลุ่มอาเซียน ด้วยเหตุผลทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคง โดยต้องช่วงชิงอำนาจจากการใช้จุดแข็งที่มีอยู่ คือ เหตุผลทางประวัติศาสตร์ที่ประเทศอาเซียนเคยค้าขายสำเภากับจีน อีกทั้งมีความสัมพันธ์ทางเชื้อสายอย่างยาวนาน มีคนเชื้อสายจีนอยู่ในอาเซียนมากสุดในโลก เป็นเครือข่ายจีนโพ้นทะเล และอาเซียนถือเป็นกลุ่มการรวมตัวภูมิภาคนิยมที่เป็นรูปธรรมมากสุด โดยเฉพาะการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

นอกจากนี้ กลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม มีความน่าสนใจมาก เพราะเป็นประเทศสดใหม่ และมีเศรษฐกิจเยาว์วัย ทำให้มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

ขณะที่ญี่ปุ่นไม่เคยทิ้งพม่า และให้ความสำคัญกับอาเซียนมานานแล้ว ในฐานะแหล่งรองรับการลงทุนจากญี่ปุ่นที่ต้องออกมาเติบโตนอกบ้าน ทำให้เครือข่ายของญี่ปุ่นฝังรากในภูมิภาคนี้มายาวนาน และอาเซียนจะยิ่งมีความสำคัญในแง่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น หลังจากญี่ปุ่นมีปัญหากับจีน ทำให้โมเดลการผลิตแบบพหุภาคี (ญี่ปุ่นจีนอาเซียน) เปลี่ยนเป็นแบบทวิภาคี โดยหลังจากนี้ทั้งจีนและญี่ปุ่นจะแข่งกันสร้างแนวร่วมกับอาเซียนมากขึ้น

เมื่อเทียบฟอร์มการบุกพม่าระหว่างจีนและญี่ปุ่น จีนยังเน้นทรัพยากร และใช้รูปแบบตีหัวเข้าบ้าน ทำให้ถูกต่อต้านและต้องสรุปบทเรียน ในขณะที่ญี่ปุ่นเป็นผู้เล่นระดับโลก ใช้โมเดลพลังละมุน (Soft Power) ในการแสวงประโยชน์ร่วมกันอย่างเกื้อกูล

แต่ประเด็นที่ไม่อาจมองข้าม คือ เมื่อพม่าถูกมหาอำนาจมะรุมมะตุ้มรุมจีบ ไทยจะเก็บเกี่ยวพลวัตของพม่าได้มากแค่ไหน จะทำอย่างไรให้ไทยเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่การผลิตในภูมิภาคและเป็นประตูเชื่อมโยงอาเซียน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท