
5สินค้าขายดีต้อนรับปีใหม่
สินค้าเพื่อสุขภาพเสื้อผ้ามาแรงกสอ.เชื่อปลายปีกำลังซื้อสุดคึกคัก
สินค้าเพื่อสุขภาพเสื้อผ้ามาแรงกสอ.เชื่อปลายปีกำลังซื้อสุดคึกคัก
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เผย 5 สินค้าขายดีรับปีใหม่ การเมืองไม่กระทบกำลังซื้อ
นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า กรมได้ประเมินว่าสินค้าที่จะขายดีในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 นี้จะมี 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กระเช้าของขวัญ สินค้าเพื่อสุขภาพ เครื่องสำอางและน้ำหอม เสื้อผ้าและอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่คนไทยนิยมซื้อให้แก่กันในช่วงเทศกาลปีใหม่สูงสุด โดยภาวะเศรษฐกิจและการเมืองในขณะนี้ไม่มีผลกระทบต่อการใช้จ่ายของประชาชนในเทศกาลที่มีความคึกคักดีอยู่
“ผลกระทบจากสถานการณ์ทางการ เมืองต่อกลุ่มผู้ประกอบการสินค้าเอสเอ็มอีนั้น เชื่อว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังสามารถทำธุรกิจได้ตามปกติ เพราะผู้ประ กอบการเอสเอ็มอีมีความแข็งแกร่งในการทำธุรกิจ และที่ผ่านมาไม่ว่ามีภาวะวิกฤตใดก็ตาม เอสเอ็มอีไทยสามารถผ่านมาได้” นายกอบชัย กล่าว
ขณะเดียวกัน กรมได้คาดการณ์ว่า ในปี 2557 อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตดี ได้แก่ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ตลาดจะกลับมาเติบโตได้ดีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทั้งเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรป ทำให้ความต้องการซื้อสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าสูงมาก กลุ่มสินค้าอาหารและกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ ที่ผู้บริโภคต้องการซื้อสินค้าเพื่อสุขภาพสูงขึ้น กลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น และกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ที่ประเทศไทยเป็นฐานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่สำคัญในตลาดอาเซียน
พร้อมกันนี้ กรมจะมุ่งทำโครงการส่งเสริมการตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อย มีช่องทางทำตลาดและร่วมงานแสดงสินค้ามากขึ้น โดยในปีหน้าจะมีงบประมาณ 2030 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการขยายช่องทางทำตลาดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะการมีช่องทางทำตลาดที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลดีให้ผู้ประกอบการมียอดขายเพิ่มขึ้น รวมทั้งมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการทั้งด้านการเงินผ่านโครงการสินเชื่ออุตสาหกรรมรายย่อย การพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่า เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถเข้าตลาดอาเซียนได้เพิ่มขึ้น
น.ส.นิจรินทร์ โอภาสเสถียร ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง กสอ. กล่าวว่า กรมได้ทำโครงการสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบรายย่อย ด้วยการทำโครงการสินเชื่ออุตสาหกรรมรายย่อย รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น คาดว่าในปีหน้าจะมีผู้ประกอบรายย่อยเข้ามาร่วมโครงการมากกว่า 300 ราย และมีวงเงินสินเชื่อรวม 50 ล้านบาท
สำหรับปี 2556 มีผู้ประกอบการรายย่อยเข้ามาร่วมโครงการประมาณ 200 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อรวม 30 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ แต่มีบางส่วนที่มีปัญหาการชำระหนี้ที่ต้องใช้ระยะเวลาที่นานพอสมควร แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการ ต้องการชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง







