
บีโอไอได้ยอดต่ำเป้า
ลุ้นตัวโก่งสิ้นปีนี้มูลค่าแตะแค่9แสนล้านบาทปีหน้ายิ่งวุ่นไร้บอร์ดอนุมัติโครงการ
ลุ้นตัวโก่งสิ้นปีนี้มูลค่าแตะแค่9แสนล้านบาทปีหน้ายิ่งวุ่นไร้บอร์ดอนุมัติโครงการ
บีโอไอลุ้นตัวโก่ง ยอดรับส่งเสริมแตะ 9 แสน หลัง 11 เดือนอยู่ที่ 8.4 แสนล้านบาท
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ช่วง 11 เดือนแรกของปี 2556 (ม.ค.-พ.ย.) มียอดการขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 1,696 ราย ลดลง 181 โครงการ จากช่วงเดียวกันปีก่อน หรือ 9.6% มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 8.4 แสนล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีเงินลงทุน 8.64 แสนล้านบาท หรือลดลงประมาณ 2.7% แต่ยังเชื่อว่าเดือน ธ.ค. จะมียอดขอรับส่งเสริมที่เข้ามา ช่วยให้ยอดรวมปีนี้ทั้งปีถึง 9 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ สถิติการยื่นขอส่งเสริมของโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในเดือน ม.ค.-พ.ย. มี 1,015 โครงการ ลดลง 21.2% มูลค่าเงินลงทุนรวม 386,671 ล้านบาท ลดลง 21.9% โดยโครงการที่ต่างชาติยื่นขอส่งเสริมลงทุนคิดเป็น 59.8% ของโครงการทั้งหมดที่ยื่นขอส่งเสริม ส่วนมูลค่าเงินลงทุนคิดเป็น 48.9% ของปริมาณเงินลงทุนทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ปี 2557 คาดว่าจะมียอดขอรับส่งเสริมไม่ต่ำกว่า 9 แสนล้านบาท โดยจะเน้นดึงการลงทุนจากจีน สหภาพยุโรป (อียู) รวมทั้งสหรัฐ ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายเพิ่มขึ้น และจะเจาะกลุ่มอุตสาหกรรมมากขึ้น เช่น อุตสาห กรรมบริการ อุตสาหกรรมการเกษตร และอุตสาหกรรมยานยนต์
สำหรับความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบัน หากมีการเลือกตั้งตามที่กำหนดวันที่ 2 ก.พ. 2557 จะส่งกระทบต่อการลงทุนไม่มาก แต่ถ้าหากต้องเลื่อนการเลือกตั้งออกไป จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างชาติ รวมทั้งการลงทุนขนาดใหญ่ที่เข้ามาขอรับส่งเสริม เนื่องจากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ต้องผ่านการอนุมัติของคณะกรรมการ (บอร์ด) บีโอไอ ที่ขณะนี้บอร์ดชุดเดิมหมดวาระ ต้องรอรัฐบาลใหม่เข้ามาแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่
รายงานจากบีโอไอ ระบุว่า จากการขอ รับส่งเสริมในรอบ 11 เดือนที่ผ่านมา พบว่ากิจการที่นักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมมาก ที่สุด คือ กิจการบริการและสาธารณูปโภค 486 กิจการ ตามด้วยกิจการผลิตภัณฑ์ โลหะ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง 389 โครงการ และโครงการเกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร 296 กิจการ
รายงานจากบีโอไอ ระบุอีกว่า การขอรับส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาตินั้น ญี่ปุ่นยังคงเข้ามาขอรับส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด คือ 528 โครงการ เงินลงทุน 224,526 ล้านบาท ตามด้วยจีน 39 โครงการ เงินลงทุน 38,157 ล้านบาท มาเลเซีย 31 โครงการ เงินลงทุน 28,042 ฮ่องกง 35 โครงการ เงินลงทุน 19,377 ล้านบาท และสิงคโปร์ 72 โครงการ เงินลงทุน 13,439 ล้านบาท
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ 630 โครงการ ยื่นขอรับส่งเสริมในโครงการลงทุนไม่เกิน 100 ล้านบาท รอลงมาลงทุน 100999 ล้านบาท จำนวน 319 โครงการ และ ลงทุนตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป มี 66 โครงการ ขณะที่กลุ่มกิจการที่ต่างชาติขอรับส่งเสริมมากที่สุด ยังคงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง ยื่นขอรับส่งเสริมทั้งสิ้น 349 โครงการ เงินลงทุน 188,827 ล้านบาท







