posttoday
ผสานโครงข่ายโทรคมสู่ทีวีดิจิตอลซิสโก้ชี้ถึงเวลาคอนเวอร์เจนซ์

ผสานโครงข่ายโทรคมสู่ทีวีดิจิตอลซิสโก้ชี้ถึงเวลาคอนเวอร์เจนซ์

23 ธันวาคม 2556

เทคโนโลยีคอนเวอร์เจนซ์เป็นคำที่ได้ยินบ่อยๆ ในช่วง 56 ปีหลังโดยผู้ให้บริการโทรคมอย่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นรายแรกๆ

โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์

เทคโนโลยีคอนเวอร์เจนซ์เป็นคำที่ได้ยินบ่อยๆ ในช่วง 56 ปีหลังโดยผู้ให้บริการโทรคมอย่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นรายแรกๆ ที่ประกาศความเป็นคอนเวอร์เจนซ์ รวมหลากหลายธุรกิจไว้ในบริการเดียว ซึ่งนั่นอาจเป็นในส่วนของผู้บริโภคที่เห็นได้ชัด แต่ยังมองความได้เปรียบในเชิงธุรกิจได้ลำบาก นอกจากการพ่วงบริการที่หลากหลายมาในค่าใช้จ่ายเดียวต่อเดือน

แต่ปี 2557 เป็นต้นไป การก้าวเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอลจะแสดงให้เห็นความเป็นคอนเวอร์เจนซ์ทางเทคโนโลยีที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และยังเป็นการข้ามบริการจากภาคโทรคมนาคมมาสู่ทีวีดิจิตอลอีกด้วย

อนุพนธ์ เตจ๊ะวันโน ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิตอลทีวี บริษัท ซิสโก้ ประเทศไทย เปิดเผยว่า การพัฒนาโครงข่ายเพื่อรองรับการออกอากาศแบบดิจิตอล เป็นเรื่องที่ผู้รับใบอนุญาตโครงข่ายทีวีดิจิตอลต้องพิจารณาให้รอบด้านถึงการลงทุนใหม่ๆ โดยคาดว่าในระยะเวลา 4 ปีจากนี้ตามกำหนดของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จะต้องมีโครงข่ายครอบคลุม 95% ของประชากร คาดว่าจะมีเม็ดเงินกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท

หัวใจสำคัญอยู่ที่ 2 ปีแรก ที่ต้องเร่งเครื่องให้มีโครงข่ายครอบคลุม 50% และ 80% ของประชากร โดยผู้มีหน้าที่นี้คือ 4 ผู้รับใบอนุญาต คือ ช่อง 5 ช่อง 9 ช่อง 11 และไทยพีบีเอส ยิ่งกว่านั้นในช่วง 5 ปีแรก ต้องมีการออกอากาศระบบอะนาล็อกควบคู่กันไปด้วย แสดงว่าช่องสัญญาณที่มีความต้องการและจำเป็นต้องใช้ต้องมีมากเพียงพอ แต่ด้วยการกระจายสัญญาณไปยังสถานีเครื่องส่งหลักประมาณ 40 แห่งทั่วประเทศแบบเดิม คือใช้ผ่านช่องสัญญาณดาวเทียม ซึ่งมีผู้ให้บริการรายเดียวคือ ไทยคม อาจไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการบริหารต้นทุนที่สูงกว่า โดยเฉพาะผู้ให้บริการโครงข่ายที่มี 2 มักซ์ คือ ช่อง 5 เท่ากับต้องใช้ช่องสัญญาณเพิ่มอีกเท่าตัว แน่นอนว่าความสามารถในการให้บริการสูงกว่ารายอื่นๆ ได้เปรียบในเชิงธุรกิจ แต่ก็ต้องลงทุนมากขึ้นด้วย

ดั้งนั้น โครงข่ายไอพีจึงเป็นทางเลือกที่ดีให้กับผู้ให้บริการโครงข่าย หรือที่รู้จักกันคือ โครงข่ายไฟเบอร์ออฟฟิศที่ไม่ต้องลงทุนลากสายใหม่ เพราะผู้ให้บริการโทรคมนาคมมีอยู่ครอบคลุมส่วนหลักของประเทศอยู่แล้ว เช่น กสท โทรคมนาคม ทีโอที และทรู เพียงแค่ลงทุนอุปกรณ์และระบบใหม่ให้ส่งสัญญาณทีวีดิจิตอลไปยังสถานีเครื่องส่งหลัก ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินทุนประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อ 1 มักซ์ ในระยะเวลา 4 ปี สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 10 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายดาวเทียมซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาทต่อ 1 สถานีต่อเดือน

“ถ้าต้องกระจายสัญญาณไป 40 สถานีเครื่องส่งหลัก จะมีค่าใช้จ่ายกว่า 40 ล้านบาท แต่ถ้าใช้โครงข่ายไอพีจะมีค่าใช้จ่าย 4 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งรูปแบบของโครงข่ายไอพีจะเหมาะกับพื้นที่ประชากรหนาแน่น มีการกระจุกตัวสูงและมีการเดินโครงข่ายไว้แล้ว ดังนั้นหากเป็นพื้นที่ไกลก็สามารถใช้ดาวเทียมผสมผสานการส่งสัญญาณได้” อนุพนธ์ กล่าว

สำหรับผู้ให้บริการโครงข่ายที่มีโอกาสใช้งานโครงข่ายไอพีก่อนรายอื่นๆ คือ ช่อง 5 ที่มีโครงข่าย 2 มักซ์ เพื่อลดการลงทุนจำนวนมากในช่วงแรก การใช้โครงข่ายไอพีสามารถช่วยได้

วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิสโก้ ประเทศไทย และภูมิภาคอินโดจีน กล่าวว่า ที่ผ่านมามี ช่อง 9 และไทยพีบีเอส นำอุปกรณ์โครงข่ายไอพีของซิสโก้ไปทดลองใช้งานในกรุงเทพมหานคร เพื่อดูประสิทธิภาพการทำงาน และฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น เช่น บริการด้านคลาวด์คอมพิวติงผ่านโครงข่ายไอพี ซึ่งการมีคลาวด์เป็นของตัวเอง จะช่วยบริหารจัดการคอนเทนต์จำนวนมากได้ง่ายขึ้น

ประการแรก การมีคลาวด์ให้บริการกับช่องทีวีดิจิตอลที่มาเช่าใช้โครงข่าย เพื่อเป็นช่องวิดีโอดูคอนเทนต์ย้อนหลัง ผ่านอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ต่างๆ หรือคิดง่ายๆ เหมือนมียูทูบเป็นของตัวเอง จะให้บริการฟรีและเก็บค่าโฆษณาได้เอง จากเดิมที่หากเผยแพร่ผ่านยูทูบ ค่าโฆษณาจะไปอยู่กับยูทูบเป็นหลัก ถือเป็นแนวโน้มที่เริ่มเห็นในปัจจุบัน และเป็นไปในทิศทางนี้แน่นอนในอนาคต

ในอีกมุมหนึ่งบริการคลาวด์สามารถติดตั้งเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการ เช่น การตัดต่อ การจัดการรายการ คอนเทนต์ต่างๆ และเปิดให้ใช้ร่วมกันในค่าบริการที่ไม่สูง ซึ่งช่องทีวีดิจิตอลหรือผู้ผลิตรายการขนาดกลางและขนาดเล็ก ก็ไม่ต้องลงทุนเครื่องมือเหล่านี้เอง สามารถอยู่รอดได้และนำเงินทุนไปผลิตคอนเทนต์คุณภาพดีมากกว่า ซึ่งนี่คือรูปแบบที่เกิดขึ้นในยุโรปหลายประเทศ ส่วนในอาเซียน ยังอยู่ระหว่างการทดสอบทดลอง โดยเฉพาะประเทศไทยที่น่าจะได้เห็นการใช้งานจริงในปี 2557 นี้

“คอนเทนต์จะมีเพิ่มขึ้นมหาศาลจากเดิม 6 ช่องรายการมาเป็น 24 ช่องรายการ ยังไม่นับช่องสาธารณะและช่องชุมชน ต้องมีผู้ผลิตรายการจำนวนมาก การใช้งานคลาวด์คอมพิวติง จะพยายามอยู่รวมกันผ่านโครงข่ายไอพีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงระยะเวลาการคืนทุนแล้ว ด้วยเม็ดเงินโฆษณาที่แม้จะโตขึ้น แต่ก็ถูกแบ่งสัดส่วนไปตามจำนวนช่องที่มากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นการลงทุนแต่น้อยก็ย่อมมีโอกาสคืนทุนได้เร็วกว่า” วัตสัน กล่าว

ในทางเทคโนโลยีและโอกาสทำตลาด การมีทั้งโทรคมนาคมและบรอดคาสติงจะได้เปรียบในการใช้งานโครงข่ายมากที่สุด และตอนนี้มีรายเดียวในประเทศไทยที่มีโครงสร้างพื้นฐานครบทั้ง 2 ส่วนคือ ทรู ขณะที่ผู้ให้บริการอีกรายที่มีโอกาสขยายมาในทิศทางเดียวกันคือ อินทัช ที่เตรียมเข้าประมูลทีวีดิจิตอล ซึ่งมีบริการดาวเทียมอยู่ในเครืออีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท