
กองทุนทรูจีไอเอฟระดมฉลุย
มูลค่า5.8หมื่นล้านอันดับ4ในเอเชียแปซิฟิก จ่อเคาะซื้อขายในตลาดหุ้น27ธ.ค.นี้
มูลค่า5.8หมื่นล้านอันดับ4ในเอเชียแปซิฟิก จ่อเคาะซื้อขายในตลาดหุ้น27ธ.ค.นี้
กองทุนทรูจีไอเอฟฉลุย ระดมทุนตามเป้า 5.8 หมื่นล้าน จ่อเคาะซื้อขายในตลาด 27 ธ.ค.
นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลการเสนอขายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมทรูโกรท (TRUEGIF) ได้รับความสนใจจองซื้อจากผู้จองซื้อทั่วไปและนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ มูลค่า 58,080 ล้านบาท ถึงแม้ในช่วงเวลาเสนอขายเศรษฐกิจโลกจะผันผวนและมีปัญหาการเมืองในประเทศอยู่ก็ตาม
ทั้งนี้ ถือเป็นกองทุนที่มีการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกแก่ประชาชนทั่วไป (IPO) ที่มีมูลค่าการเสนอขายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปี 2556
กองทุน TRUEGIF มีจุดเด่นซึ่งเป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมรายแรกของประเทศไทย ให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและมีโอกาสเพิ่มขึ้นจากรายได้ที่เติบโตของกองทุนในอนาคต นอกจากนั้นผู้ลงทุนประเภทบุคคลธรรมดายังได้รับยกเว้นภาษีเงินปันผลเป็นระยะเวลา 10 ปี
“บลจ.ไทยพาณิชย์เชื่อว่า กองทุน TRUEGIF จะตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่ต้องการโอกาสในการรับผลตอบแทนที่มั่นคงและสม่ำเสมอในระยะยาว นอกจากนี้ยังเป็นการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มทางเลือกให้แก่นักลงทุน ซึ่ง บลจ.ไทยพาณิชย์จะพยายามจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยทุกไตรมาส” นางโชติกา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้จองซื้อที่เป็นนักลงทุนรายย่อยสามารถตรวจสอบผลการจัดสรรหน่วยลงทุนได้ในวันที่ 21 ธ.ค. 2556 เป็นต้นไป โดยตรวจสอบผลการจัดสรรได้ที่ www.settrade.com, www.scbam.com, www.truegif.com และเว็บไซต์ของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยลงทุนในประเทศ ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ และผู้สนับสนุนการขายหน่วยลงทุน ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารยูโอบี บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง และ บล.เอเซีย พลัส
สำหรับหน่วยลงทุนของ TRUEGIF จะเริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรก ในวันที่ 27 ธ.ค. 2556 โดยจะทำการซื้อขายภายใต้ตัวย่อหลักทรัพย์ว่า “TRUEIF”
นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) กล่าวว่า ความสำเร็จในการตั้งกองทุนในครั้งนี้ จะช่วยทำให้กลุ่มทรู ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจทางด้านสื่อสารโทรคมนาคมครบวงจร รวมถึงการให้บริการโทรมือถือ 3G และ 4G สามารถปรับโครงสร้างทางการเงินให้มีความแข็งแกร่งพร้อมที่จะรองรับการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง รวมทั้งเปิดรับพันธมิตรร่วมลงทุนทางธุรกิจต่อไป เพื่อพลิกโฉมธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์ตามแผน
นอกจากนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการโทรคมนาคมไทย ที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกันอย่างที่หลายประเทศทั่วโลกได้ดำเนินการไปแล้ว และยังตอบโจทย์ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้ริเริ่มและผลักดันมาโดยตลอด เนื่องจากปัจจุบันการสื่อสารโทรคมนาคมได้กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในการดำรงชีวิต และอนาคตของอุตสาหกรรมนี้ยังมีการเติบโตอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ กองทุน TRUEGIF เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่สำคัญอาทิระบบใยแก้วนำแสงและอุปกรณ์สื่อสัญญาณที่เปรียบเสมือนซูเปอร์ไฮเวย์สำหรับการส่งสัญญาณเสียง ภาพ และข้อมูลต่างๆ ด้วยระดับความเร็วของแสงและเป็นเจ้าของระบบใยแก้วนำแสงที่ส่งสัญญาณตรงถึงผู้ใช้ปลายทางที่ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสัญญาณเคเบิ้ลทีวีไปยังครัวเรือน เปรียบเสมือนถนนทุกสายในเมืองหลักยิ่งไปกว่านั้น
ทั้งนี้ กองทุน TRUEGIF จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เสาโทรคมนาคมรวมประมาณ 1.2 หมื่นต้นทั่วประเทศ ที่สามารถกระจายสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ครอบคลุมฐานประชากรกว่า 97% ทั้งนี้ระบบใยแก้วนำแสงและเสาโทรคมนาคมของกองทุนดังกล่าวมีอายุการใช้งานยาวนานมากกว่า 40-50 ปี จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ TRUEGIF เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอและมีโอกาสเติบโตในระยะยาว
นายศุภชัย กล่าวว่า ด้วยแนวโน้มความต้องการใช้งานสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต อินเทอร์เน็ต และการสื่อสารรับส่งข้อมูลขององค์กรทางธุรกิจที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น ทำให้มองเห็นศักยภาพในการเติบโตของกองทุน TRUEGIF อย่างชัดเจน เพราะกองทุนจะช่วยลดการลงทุนซ้ำซ้อนของผู้ประกอบการ ส่งผลให้ลดภาระการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือการลดต้นทุนการดำเนินการของผู้ประกอบการ ซึ่งจะสามารถนำไปสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค หรือลดค่าใช้จ่ายในการใช้บริการของผู้บริโภค สิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งการเติบโตและการแข่งขันที่เป็นธรรมของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในประเทศไทย
สำหรับราคาหุ้น TRUE ปิดที่ 8.55 บาท ลดลง 0.05 บาท หรือลดลง 0.58%







