
กนง.-กนส.เชื่อตลาดเงินยังผันผวนต่อ
กนง.–กนส.ชี้ถึงเฟดจะลดคิวอีลง แต่ความผันผวนตลาดการเงินยังอยู่ มั่นใจพื้นฐานเศรษฐกิจไทยรับมือความเสี่ยงได้
กนง.–กนส.ชี้ถึงเฟดจะลดคิวอีลง แต่ความผันผวนตลาดการเงินยังอยู่ มั่นใจพื้นฐานเศรษฐกิจไทยรับมือความเสี่ยงได้
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานผลการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และ คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) ที่ประชุมกันในวันนี้( 20ธ.ค.) ว่า ตลาดการเงินไทยมีความผันผวนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จากความไม่แน่นอนของการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรรัฐบาล (QE Tapering) ของสหรัฐเป็นสำคัญ อย่างไรก็ดี การตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่จะเริ่มทยอยดำเนินนโยบายการลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน(คิวอี)ลงในเดือนม.ค.ปีหน้าอาจลดความไม่แน่นอนของตลาดลงบ้าง แต่ความผันผวนของตลาดการเงินยังมีอยู่
ที่ประชุมยังมองว่า ระบบธนาคารพาณิชย์ไทยยังคงมีความสามารถในการรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น โดยคุณภาพสินทรัพย์ และความสามารถในการทำกำไรอยู่ในเกณฑ์ดี เงินกองทุน เงินสำรอง และสภาพคล่องยังอยู่ในระดับสูง ทำให้สามารถขยายสินเชื่อเพื่อสนับสนุนภาคเศรษฐกิจจริงต่อไปได้
“ในระยะข้างหน้า ที่ประชุมเห็นว่าความเสี่ยงสำคัญที่ควรติดตาม เพราะอาจส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศในระยะต่อไปได้ คือ (1) ความไม่แน่นอนทางการเมือง (2) ความผันผวนของตลาดการเงินจากเงินทุนเคลื่อนย้าย” รายงานที่ประชุมกนง.และกนส.ระบุ
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังเห็นว่าเสถียรภาพทางการเงินไทย มีความเสี่ยงลดลงบ้าง เมื่อเทียบกับการประชุมครั้งก่อน เนื่องจากหนี้ครัวเรือน ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ และการขยายสินเชื่อในภาพรวมมีการปรับตัวชะลอลงตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นกว่าการประชุมครั้งก่อน โดยการใช้จ่ายและการลงทุนภายในประเทศ ทั้งภาครัฐและเอกชนชะลอลงกว่าที่คาด
ขณะที่การส่งออกยังไม่ฟื้นตัวนัก และอาจไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากข้อจำกัดด้านอุปทาน นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นของภาคเอกชนยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาภาคธุรกิจโดยรวมยังมีฐานะการเงินและสภาพคล่องในเกณฑ์ดี แต่ผลประกอบการมีแนวโน้มลดลง จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและเล็ก







