
"วิน วิน เวิลด์ไวด์"เร่งปั้นแบรนด์สกัดแชร์ลูกโซ่ระบาดรับ ศก.ขาลง
ปัจจุบันธุรกิจขายตรงต่างต้องเร่งปรับตัว เพื่อให้รับมือกับภาวะเศรษฐกิจผันผวน กระทบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจว่าเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้เป็นธุรกิจขายฝัน หรือหลอกลวงหารายได้ระยะสั้น ในแบบแชร์ลูกโซ่ที่สร้างความเสียหาย
ปัจจุบันธุรกิจขายตรงต่างต้องเร่งปรับตัว เพื่อให้รับมือกับภาวะเศรษฐกิจผันผวน กระทบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจว่าเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้เป็นธุรกิจขายฝัน หรือหลอกลวงหารายได้ระยะสั้น ในแบบแชร์ลูกโซ่ที่สร้างความเสียหาย
ภก.ประเสริฐ หวานยิ่ง ประธานกรรมการ บริษัท วิน วิน เวิลด์ไวด์ ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรง กล่าวว่า การหลอกลวงผู้บริโภคว่าเป็นธุรกิจขายตรง โดยเน้นจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้เข้าร่วมธุรกิจสูง หรือแชร์ลูกโซ่มันนี่เกมส์ ยังระบาดหนัก เนื่องจากในช่วงนี้เศรษฐกิจตกต่ำผู้บริโภคต้องการหารายได้เสริม หรือประกอบเป็นอาชีพหลัก
“ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ หรือมันนี่เกมส์ ยังไม่ตายไปจากเมืองไทย ขณะนี้มีหลายบริษัทที่เปิดขึ้นมาบอกว่าทำธุรกิจขายตรง จ่ายผลตอบแทนสูงในระยะสั้นแล้วก็ปิดตัว เพื่อหลอกเอาเงินจากคนที่มาร่วมธุรกิจ โดยปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีบางบริษัทตั้งธุรกิจขึ้นมาหลอกลวง แต่คนก็ยินยอมเข้าร่วมดำเนินธุรกิจด้วย เพราะคิดว่ารีบเข้ามาและออกไป ก่อนบริษัทนั้นจะปิดตัว” ภก.ประเสริฐ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทดำเนินธุรกิจขายตรงมานาน 8 ปี โดยเป็นสมาชิกในสมาคมการขายตรงไทย (TDSA) ปัจจุบันมีสมาชิกดำเนินธุรกิจ 1 หมื่นคน ในจำนวนดังกล่าว แอคทีฟหรือดำเนินธุรกิจอย่างจริงจังจำนวน 2,000 คน และเป็นระดับผู้นำ 100 คน ซึ่งในปีหน้าบริษัทมีแผนจะเพิ่มสมาชิกระดับผู้นำให้ได้ 1,000 คน
ขณะเดียวกันจะสนับสนุนให้สมาชิกเปิดศูนย์ รูปแบบ Boss (Business One Stop Shop) หรือบอส ในต่างจังหวัดให้ได้ 100 แห่งในส่วนภูมิภาค โดยใช้เงินลงทุนเบื้องต้น 2 แสนบาท จากปัจจุบันมีสาขาที่เปิดให้บริการแล้ว 3 แห่ง ในภาคเหนือที่ จ.เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง
“เราต้องการให้ วิน วิน เวิลด์ไวด์ เป็นขายตรงน้ำดี จากเดิมที่เราเริ่มธุรกิจเมื่อ 2 ปีแรก ช่วงก่อตั้งบริษัทนั้น เริ่มใช้แผนการตลาดแบบไบนารี่แล้วมีปัญหาเรื่องการจ่ายผลตอบแทนสมาชิก จึงปรับมาเป็นแผนการตลาดแบบสแตร์ สเต็ป แล้วจึงปรับแผนธุรกิจมาเป็นไบนารี่ แบบแม็ตชิง ที่สมาชิกทุกระดับต้องทำงานและมีสินค้าขายจริง แม้ว่าจะเติบโตช้าหน่อยแต่ก็เป็นไปอย่างมั่นคง” ภก.ประเสริฐ กล่าว
พร้อนกันนี้ บริษัทมีแผนจะแยกธุรกิจผลิตปุ๋ยออกจากเดิมที่ขายตรงหลายชั้น มาเป็นขายตรงชั้นเดียว ในชื่อ Gib (Green Innovative Bio Technology) โดยในปีนี้ธุรกิจปุ๋ยนั้นสร้างรายได้ให้บริษัท จำนวน 60 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจขายตรงหลายชั้นสร้างรายได้ 20 ล้านบาท ซึ่งตั้งเป้าว่าปีหน้าธุรกิจขายตรงหลายชั้นจะสร้างรายได้ระดับ 50 ล้านบาท หลังจากนั้นในปี 2558 ตั้งเป้าว่าจะเติบโตได้แบบก้าวกระโดด หากสร้างฐานสมาชิกได้อย่างแข็งแกร่ง
ปัจจุบันสินค้าที่ทำตลาดในธุรกิจขายตรง ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง อาหารเสริมสุขภาพ และสินค้าในครัวเรือนมีจำหน่าย 40 เอสเคยู โดยเป็นสินค้าที่จ้างผลิตทั้งหมดจากหลายโรงงานผู้ผลิต ซึ่งหากบริษัทมียอดขายระดับ 100-1,000 ล้านบาท จึงมีแผนจะก่อตั้งโรงงานผลิตสินค้าเอง







