
พนักงานสุข องค์กรสุข
ก้าวเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปีแล้วนะครับ เดือนนี้เป็นเดือนที่หลายๆ คนรอคอย เพราะเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง อากาศก็เย็นสบายเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเต็มตัว พนักงานของหลายๆ บริษัทก็เฝ้ารอโบนัสที่ออกในช่วงปลายปี แต่สำหรับเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีล่ะครับ ใครที่ยังปิดเป้ายอดขายไม่ได้ก็ต้องเร่งรีบ นอกจากจะต้องสรุปแผนงานของปีนี้แล้ว สิ่งที่ไม่ทำไม่ได้เลยก็คือ การวางแผนงานในปีหน้า เพื่อที่จะสามารถเริ่มต้นได้ในช่วงต้นปีกันเลย เห็นไหมครับการเป็นเจ้าของธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ก้าวเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปีแล้วนะครับ เดือนนี้เป็นเดือนที่หลายๆ คนรอคอย เพราะเป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลอง อากาศก็เย็นสบายเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเต็มตัว พนักงานของหลายๆ บริษัทก็เฝ้ารอโบนัสที่ออกในช่วงปลายปี แต่สำหรับเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีล่ะครับ ใครที่ยังปิดเป้ายอดขายไม่ได้ก็ต้องเร่งรีบ นอกจากจะต้องสรุปแผนงานของปีนี้แล้ว สิ่งที่ไม่ทำไม่ได้เลยก็คือ การวางแผนงานในปีหน้า เพื่อที่จะสามารถเริ่มต้นได้ในช่วงต้นปีกันเลย เห็นไหมครับการเป็นเจ้าของธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
แต่การทำงานของเราจะเหนื่อยน้อยลง หากเราได้ให้พนักงานของเราเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ซึ่งการให้ความสำคัญกับพนักงาน นอกจากจะรักษาบุคลากรของบริษัทให้อยู่กับเราอย่างยาวนานแล้ว ยังช่วยสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจได้อย่างมาก ซึ่งการให้พนักงานมีส่วนร่วมนั้น มีเรื่องอะไรที่ทำได้บ้าง เรามาดูกันเลยครับ
1.การมีส่วนร่วมในการประเมินผลงานประจำปี ซึ่งไม่ควรเป็นการประเมินผลงานจากมุมมองของเราเพียงอย่างเดียว เจ้าของธุรกิจควรใช้โอกาสนี้ในการให้พนักงานแต่ละแผนกได้สรุปผลงานของแผนก และประเมินผลงานในปีนี้ว่ามีอะไรที่ทำได้ดี และมีอะไรที่ยังต้องปรับปรุง เพื่อให้พนักงานได้ทบทวนกับสิ่งที่ได้ทำผ่านมา และเราก็เพิ่มเติมในมุมมองของเรา ซึ่งการได้พูดคุยกับพนักงานก็จะทำให้พนักงานรู้สึกถึงความรับผิดชอบในงาน และอยากที่จะทำงานให้ดียิ่งขึ้น
2.การมีส่วนร่วมในการวางแผนงานของบริษัท หรือแผนงานของแผนกในปีหน้า ในองค์กรขนาดใหญ่อาจจะมีการทำอยู่แล้ว แต่สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดเล็ก การวางแผนงานโดยส่วนใหญ่จะออกมาจากเจ้าของธุรกิจเพียงผู้เดียว เนื่องจากเจ้าของธุรกิจยังไม่มีความไว้วางใจ และอยากจะกำหนดทิศทางในการทำธุรกิจด้วยตนเอง แต่หากเราได้ถอยออกมาสักหนึ่งก้าว และให้โอกาสพนักงานซึ่งเป็นผู้ที่ได้คลุกคลีอยู่กับหน้างานจริงๆ ได้นำเสนอแผนงานตามความคิดเห็นของเขาเหล่านั้น ในบางครั้งเราอาจจะได้มุมมองที่เราคาดไม่ถึงก็เป็นได้ และเมื่อแผนที่เขาคิดไว้ผ่านออกมาสู่การทำงานจริง เขาก็จะรู้สึกภาคภูมิใจและทุ่มเททำให้แผนงานนั้นสำเร็จบรรลุเป้าหมาย
3.การมีส่วนร่วมในการพัฒนาและปรับปรุงวิธีการทำงาน จะนำมาซึ่งประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น การมีส่วนร่วมในรูปแบบนี้ อาจจะทำเป็นกิจกรรมการแข่งขันภายในบริษัท และเมื่อความคิดของใครได้รับคัดเลือกก็จะได้รับรางวัล ซึ่งในบางครั้งการจัดกิจกรรมหนึ่งครั้ง เราอาจจะได้มากกว่า 1 ไอเดีย ที่จะมาพัฒนาปรับปรุงการทำงานของบริษัทให้ดีขึ้นได้ และการทำกิจกรรมลักษณะนี้บ่อยครั้ง ก็จะช่วยกระตุ้นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของพนักงานอีกด้วย
4.การมีส่วนร่วมในการคิดนวัตกรรมให้กับธุรกิจ นวัตกรรมเป็นสิ่งที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจอย่างมาก ดังนั้นการสร้างองค์กรให้มีนวัตกรรม ก็จะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน แต่การคิดนวัตกรรมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ผมได้ไปเจอผู้ประกอบการท่านหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับการมีนวัตกรรมอย่างมาก เพราะมองเห็นถึงข้อได้เปรียบในการแข่งขัน จึงเปิดโอกาสให้พนักงานของบริษัทคิดนวัตกรรมและนำมาเสนอ หากความคิดนั้นได้ถูกนำมาใช้ก็จะมีการทำสัญญาและให้ค่าตอบแทนแก่พนักงานท่านนั้นๆ จึงทำให้การคิดนวัตกรรมในธุรกิจมีมาอย่างต่อเนื่อง
5.การมีส่วนร่วมในความเป็นเจ้าของ วิธีการนี้เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีหลายสาขา การที่เรามอบหมายให้เค้าดูแลสาขาด้วยการให้ความเป็นเจ้าของ คือ การให้ถือหุ้นในสาขานั้นๆ จะทำให้พนักงานมีความทุ่มเทในการทำงานเพิ่มขึ้นและเพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย มีธุรกิจที่นำแนวคิดนี้มาใช้แล้วประสบความสำเร็จ ยอดขายของสาขาเติบโตขึ้นทุกวัน โดยที่เจ้าของธุรกิจไม่ต้องไปกระตุ้นและติดตามเลย
จะเห็นได้ว่าพนักงานเป็นบุคลากรที่สำคัญขององค์กร โดยเฉพาะในยุคที่ประเทศไทยประสบปัญหากับการขาดแคลนแรงงาน ดังนั้นการจะรักษาพนักงานที่ดีให้อยู่กับองค์กรได้นั้น การสร้างการมีส่วนร่วมและให้เขาได้ภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตของบริษัทจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้







