posttoday
เลิกคอร์รัปชั่นศก.รุ่ง

เลิกคอร์รัปชั่นศก.รุ่ง

19 ธันวาคม 2556

ทนงระบุประเทศไทยมีความเสี่ยงรุมเร้าแนะธปท.แก้ปัญหาซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยน

ทนงระบุประเทศไทยมีความเสี่ยงรุมเร้าแนะธปท.แก้ปัญหาซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยน

“ทนง” ชำแหละความเสี่ยงเศรษฐกิจไทย กำจัดปัญหาคอร์รัปชั่นได้เศรษฐกิจโต 67%

นายทนง พิทยะ อดีต รมว.คลัง และประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทหารไทย กล่าวถึงประเมินความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยที่สำคัญที่สุดคือปัญหาการคอร์รัปชั่น ถ้าแก้ไขปัญหานี้ได้เศรษฐกิจไทยจะโตได้ถึงปีละ 67% ได้โดยรัฐบาลไม่ต้องออกมาตรการอะไรออกมา แต่ถ้าไม่แก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยก็จะขยายตัวได้ปีละ 34% เท่านั้น รองลงมาเป็นความเสี่ยงเชิงนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายประชานิยมที่น่ากลัวที่สุดหากรัฐบาลใช้เงินแจกประชาชนฟรี โดยไม่ได้ใช้เงินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต หรือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงนโยบายการรับจำนำราคาพืชผลทางการเกษตร ในการที่รัฐบาลกำหนดรับจำนำราคาที่สูงกว่าตลาดโลกนั้นเป็นไปไม่ได้ ซึ่งควรจะมีมาตรการที่จะสนับสนุนเกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หรือลดต้นทุนการผลิตจะดีกว่า

ขณะที่นโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทนั้น รัฐบาลไม่ควรที่จะนำเงินนอกงบประมาณมาใช้ และที่สำคัญต้องมีการทบทวนจัดลำดับความสำคัญลงทุนในโครงการที่จำเป็นจริงๆ เพราะรัฐบาลจะต้องแบกภาระหนี้ก้อนหนี้ไปนานกว่า 50 ปี

นายทนง ยังเห็นว่านโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็นนโยบายอันตราย ซึ่งสร้างภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการสูงขึ้นทันทีกว่า 4060% โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะได้รับผลกระทบมากที่สุด

นายทนง ยังกล่าวอีกว่า เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงภาคปฏิบัติหลายอย่าง เช่น ปัญหาการเล่นพรรคเล่นพวก ปัญหาอุปถัมภ์เครือข่าย ปัญหาความล่าช้าจากระเบียบการปฏิบัติ ปัญหาระบบการทำงานและปัญหาระบบการจัดการของราชการ ซึ่งเป็นการบั่นทอนการเติบโตเศรษฐกิจเช่นกัน

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนความผันผวน ซึ่งยากที่จะควบคุมจัดการได้ เพราะเป็นอิทธิพลจากภายนอกรวมทั้งไทยยังไม่มีวิธีการดูแลการไหลเข้าออกของเงินทุนที่สมดุลมากพอ จึงทำให้อัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนมากเกินไป

นายทนง กล่าวว่า ได้เสนอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้อนุญาตการซื้อขายหุ้นในต่างประเทศด้วยสกุลเงินเหรียญสหรัฐ เพื่อลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เพราะในตลาดหุ้นกว่า 1 ใน 3 เป็นนักลงทุนในประเทศ ถ้าซื้อหุ้นจะต้องนำเงินเหรียญสหรัฐมาแลกเงินบาท และถ้าจะขายหุ้นจะต้องนำเงินบาทมาแลกเป็นเงินเหรียญสหรัฐออกไป ทำให้ค่าเงินบาทมีความผันผวนมาก หากมีการอนุญาตให้ต่างชาติซื้อขายหุ้นด้วยเงินตราต่างประเทศได้ จะลดความผันผวนค่าเงินบาท แต่ก็ยังไม่ดำเนินการเพราะเกรงว่ากระทบกับรายได้ของธนาคารพาณิชย์ ที่กินส่วนต่างการค้ากำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งขาซื้อและขาย 1020 สตางค์

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี หนึ่งในคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธปท. กล่าวเชื่อมั่นว่า เงินทุนต่างชาติสลายออกจากตลาดตราสารและตลาดหุ้นไทยต่อไป ไม่ว่าธนาคารกลางสหรัฐตัดสินใจชะลอมาตรการคิวอีหรือไม่ ในการประชุมระหว่างวันที่ 17-18 ธ.ค.นี้ก็ตาม แต่เป็นการไหลออกจากความวิตกกังวลต่อเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศไทยมากกว่าตัวแปรในเรื่องของคิวอี

ขณะเดียวกันยืนยันว่า หากมีการชะลอคิวอีหรือมีเม็ดเงินไหลออกจะทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงอีก ขณะนี้ ธปท.มีมาตรการรับมือที่เพียงพอและมีเงินทุนสำรองที่สูงกว่า 1.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จึงเชื่อว่าจะสามารถป้องกันปัญหาได้

ทั้งนี้ ในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา ทุนต่างชาติขายหุ้นในเมืองไทยไปแล้ว 1.54 แสนล้านบาท เฉพาะเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ขายหุ้นออกไปสุทธิ 4.86 หมื่นล้านบาท มากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค

สำหรับค่าเงินบาทวันที่ 18 ธ.ค. ปิดที่ 32.29/30 บาท/เหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงจากช่วงเปิดตลาดที่ระดับ 32.12/13 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยในวันนี้คาดว่า จะอ่อนค่าลงไปที่ระดับ 32.40 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยในช่วง 2 วันที่ผ่านมาเงินบาทอ่อนค่าลงไปแล้ว 29-30 สตางค์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท