
ลดช่องว่างขจัดคอร์รัปชั่น-พัฒนาศก.
นอกจากจะต้องสร้างความมั่นคงทางการเมืองและทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในรัฐบาล เพื่อรับมืออาเซียนดังที่ดิฉันได้กล่าวไปเมื่อพุธที่แล้ว ยังมีอีกหลายเรื่องค่ะที่ดิฉันคิดว่าประเทศไทยต้องให้ความสำคัญ
นอกจากจะต้องสร้างความมั่นคงทางการเมืองและทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในรัฐบาล เพื่อรับมืออาเซียนดังที่ดิฉันได้กล่าวไปเมื่อพุธที่แล้ว ยังมีอีกหลายเรื่องค่ะที่ดิฉันคิดว่าประเทศไทยต้องให้ความสำคัญ
เคยมีการสำรวจระดับโลกครั้งหนึ่ง พบว่าการจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างมั่นคงได้ ผู้นำประเทศจะต้องให้ความสำคัญ 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.การรวมตัวในภูมิภาค 2.นโยบายสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ 3.การจัดการปัญหาคอร์รัปชั่น 4.เป้าหมายการค้าและการลงทุนเสรี และ 5.การลดช่องว่างความรวยความจนในภูมิภาค
ทั้ง 5 ข้อนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ประเทศเราต้องเร่งดำเนินการ และต้องนับเป็นเรื่องเร่งด่วนทุกเรื่อง เริ่มจากการลดช่องว่างความรวยและความจน คือ ต้องเพิ่มจำนวนชนชั้นกลางให้มากขึ้น ต้องมีนโยบายกระจายรายได้ ไม่ใช่ปล่อยให้ประเทศเดินหน้าไปโดยที่ปัญหา “รวยกระจุก จนกระจาย” เพิ่มขึ้นไปพร้อมกันด้วย
คำว่า “ชนชั้นกลาง” ในความหมายของดิฉัน คือ บุคคลที่มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เนื่องจากเป็นบุคคลที่น่าจะมีรายได้พอจะเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว ตลอดจนมีรายได้พอที่จะแบ่งสันปันส่วนมาช่วยเหลือประเทศชาติ
ข้อมูลจากกรมสรรพากร ระบุว่า ปัจจุบันไทยมีผู้มีรายได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอยู่ที่ประมาณ 11 ล้านคน จากจำนวนประชากรวัยแรงงานทั้งสิ้น 38 ล้านคน นั่นหมายความว่า เรามีประชากรวัยแรงงานที่เป็นชนชั้นกลางขึ้นไปเพียงไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ซ้ำร้ายไปกว่านั้น มีแนวโน้มว่ากลุ่มชนชั้นกลางของเราจะมีรายได้ลดลงในอนาคตด้วย เพราะการลงทุนภาครัฐของเรายังชะงัก ตรงกันข้าม มาเลเซียมีชนชั้นกลางอยู่ประมาณ 12 ล้านคน จาก 15 ล้านคน ซึ่งค่อนข้างสูงมาก พื้นฐานเศรษฐกิจของเขาจึงมั่นคงเพราะมีฐานกว้าง
ดังนั้น สิ่งที่เราต้องทำ คือ หยุดมุ่งเน้นแต่นโยบายลดรายจ่าย เช่น การลดภาษี แต่ให้ความสำคัญกับการลดความเหลื่อมล้ำ เร่งเพิ่มรายได้ของประชากร และแก้ไขกฎหมายที่มีผลต่อการกระจายความเป็นธรรมสู่สังคม เพื่อขยายฐานสัดส่วนชนชั้นกลางให้สูงขึ้น พร้อมทั้งทำให้เรามีรายได้จากภาษีของประชาชนมาอุดหนุนรัฐให้สามารถลงทุนโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาประเทศเพิ่มขึ้นได้ด้วย
อีกเรื่องหนึ่ง คือ การจัดการปัญหาคอร์รัปชั่น องค์กรความโปร่งใสสากล ระบุว่า ความโปร่งใสของไทยตกลงมาอันดับเกินร้อยในปีล่าสุด รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข เพราะการวัดอันดับนี้เป็นการวัดหน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะ และสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความตึงเครียดในประเทศขณะนี้ก็คือ เรื่องคอร์รัปชั่น รัฐต้องไม่ทำเพียงแค่กระตุ้นประชาชนให้ตระหนัก แต่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดควบคู่กันไปด้วย
ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องร่วมกันลดการคอร์รัปชั่น ร่วมมือและรู้สิทธิหน้าที่ของตัวเองในการช่วยกันปราบปรามด้วย เพราะคอร์รัปชั่นไม่ใช่แค่เรื่องต้องรอคนอื่นแก้ไข บางครั้งคอร์รัปชั่นก็อาจเกิดขึ้นจากการอยากลัดขั้นตอนของเราเอง
2 ปีที่เหลือก่อนเปิดเออีซี อาจไม่นานพอต่อการลดความเหลื่อมล้ำและคอร์รัปชั่นให้หมดไป แต่หากไม่ทำอะไรเลยใน 2 ปีนี้ เราคงไม่มีทางแข็งแกร่งสู่อาเซียนอย่างแท้จริง







