posttoday
ภาคเกษตรไทยเฮ!"บาหลี แพ็กเกจ"เอื้อประโยชน์

ภาคเกษตรไทยเฮ!"บาหลี แพ็กเกจ"เอื้อประโยชน์

18 ธันวาคม 2556

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ

หลังการประกาศในที่ประชุมระดับรัฐมนตรี องค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) สมัยสามัญ ครั้งที่ 9 โดยมีรัฐมนตรีการค้าทั่วโลกเข้าร่วมประชุม ณ เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ถึงความสำเร็จในข้อตกลง บาหลี แพ็กเกจ ที่แม้จะเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการเจรจาการค้าเสรีภายใต้ดับเบิลยูทีโอ แต่ก็ถือเป็นการปิดดีลครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 12 ปี ที่สมาชิกดับเบิลยูทีโอสามารถตกลงกันได้

สำหรับข้อตกลงในบาหลี แพ็กเกจ มี 3 หัวข้อสำคัญในการผลักดันจนได้ข้อสรุป ได้แก่ 1.ข้อตกลงการอำนวยความสะดวกด้านการค้า 2.ข้อตกลงด้านการเกษตร และ 3.ข้อตกลงด้านการพัฒนา ซึ่งไทยจะได้รับประโยชน์จากประเด็นสำคัญใน 2 เรื่องหลัก คือ การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและเรื่องสินค้าเกษตร

สมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ประเด็นแรกที่ดับเบิลยูทีโอสามารถตกลงได้ คือ การอำนวยความสะดวกด้านการค้านั้นถือเป็นความตกลงภายใต้ดับเบิลยูทีโอฉบับแรก หลังจากจบการเจรจารอบอุรุกวัยและจัดตั้งดับเบิลยูทีโอตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมา ความตกลงฉบับนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในประเทศสมาชิกในการดำเนินการด้านพิธีการศุลกากร ลดมาตรการกฎระเบียบในการทำธุรกิจที่ยุ่งยาก (Red Tape) และเป็นอุปสรรคในการออกของและการขนถ่ายสินค้าและสินค้าผ่านแดน และท้ายที่สุดความตกลงนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจมากถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ข้อตกลงในส่วนแรกไทยจะได้ประโยชน์จากการอำนวยความสะดวกทางการค้าที่มากขึ้น เช่น ต่อไปนี้เมื่อมีสินค้าเน่าเสียส่งออกไปยังประเทศที่เป็นสมาชิกดับเบิลยูทีโอ เจ้าหน้าที่ประเทศนั้นจะต้องเปิดทำงานนอกเวลา เพื่ออำนวยความสะดวกให้สินค้า รวมทั้งการเชื่อมโยงสินค้าผ่านจุดชายแดนที่ตรงกันมากขึ้นและข้อมูล วิธีการ ต้องเปิดเผยห้ามเก็บค่าบริการเกินกว่าการบริการที่ได้รับ เป็นต้น

ประเด็นต่อมาเป็นการตกลงด้านการเกษตรที่ไทยจะได้รับประโยชน์อย่างมาก เพราะมีการตกลงในเรื่องความมั่นคงทางด้านอาหารและการปรับปรุงวิธีการบริหารโควตาภาษีที่บิดเบือนและไม่นำสินค้าเข้าจริงตามจำนวนโควตาที่กำหนด โดยในความตกลงด้านความมั่นคงอาหารที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันว่าประเทศสำรองสต๊อกอาหาร เพื่อความมั่นคงด้านอาหารอย่างเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศคือ ประเทศเกษตรกรรมสามารถที่จะรับซื้อสินค้าเกษตรในราคาที่สูงจากเกษตรภายในประเทศได้ แต่การขายหรือการระบายสินค้าเกษตรที่ซื้อมาจะต้องเป็นไปตามราคาตลาดห้ามบิดเบือนราคา

ขณะที่ประเด็นข้อตกลงที่จะปรับปรุงวิธีการบริหารโควตาภาษี เพื่อแก้ปัญหาการบริหารโควตาที่บิดเบือนและไม่นำสินค้าเข้าจริงตามจำนวนโควตาที่กำหนด และประเด็นการอุดหนุนการส่งออกได้กำหนดเป็นแนวทางว่า สมาชิกจะต้องดำเนินการเพื่อมุ่งสู่การยกเลิกการอุดหนุนส่งออกทุกรูปแบบต่อไปในอนาคต และจะรักษาระดับการอุดหนุนส่งออก (Export Subsidies) ให้ต่ำกว่าระดับที่ผูกพันตามความตกลงเกษตรอย่างมีนัยสำคัญ โดยทั้งสองประเด็นดังกล่าวจะมีผลเป็นการส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยอย่างมาก

สำหรับประเด็นเรื่องการบริหารโควตาที่บิดเบือนนั้น สืบเนื่องมาจากสินค้าเกษตรทุกรายการจะต้องลดภาษี แต่ยกเว้นสินค้าเกษตรที่แต่ละประเทศขอสงวนไว้ อย่างไทยก็มีสินค้าเกษตร 23 รายการที่สงวนไว้ ซึ่งสินค้าเกษตรที่แต่ละประเทศสงวนจะต้องมาจัดทำโควตา แต่ที่ผ่านมาบางประเทศมีการใช้โควตาไม่ถึงครึ่ง ดังนั้น ในที่ประชุมครั้งนี้กำหนดไว้ว่า หากมีการใช้สัดส่วนโควตาสินค้าเกษตรดังกล่าวไม่ถึง 65%ติดต่อกันนาน 3 ปี ในปีถัดไปหากประเทศไหนมายื่นขอใช้สิทธิก่อนก็ต้องอนุมัติให้กับประเทศที่มายื่นสิทธิเป็นรายแรกๆ

ประเด็นสุดท้าย คือเรื่องการพัฒนา ซึ่งในส่วนของไทยก็ได้ประกาศยกเลิกภาษีสินค้าเกือบ 7,000 รายการ ให้กับประเทศพัฒนาน้อยที่สุดเพื่อเป็นการช่วยเหลือ โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการจัดทำกฎแหล่งกำเนิดสินค้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสวมสิทธิแหล่งกำเนิดสินค้ามาใช้ประโยชน์

สมเกียรติ กล่าวว่า ขั้นตอนสุดท้าย หลังจากที่ได้มีการตกลง บาหลี แพ็กเกจ เสร็จสิ้นแล้ว จะมีการยกร่างข้อตกลงที่สรุปผลได้ขึ้นมา หลังจากนั้นก็ต้องให้ประเทศสมาชิกรับรองร่างดังกล่าวตามที่กำหนดและประกาศใช้ร่างดังกล่าวต่อไป คาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ภายในกลางปี 2557

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน