
ยกเครื่องอิมพีเรียลเวิลด์รุ่น2มุ่งขยายฐายลูกค้า
จากจุดเริ่มต้นของธุรกิจกลุ่มกิจเลิศไพโรจน์ในนามของห้างหุ้นส่วนจำกัด ก.เจริญ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายของเด็กเล่น ในปี 2509
โดย...จะเรียม สำรวจ
จากจุดเริ่มต้นของธุรกิจกลุ่มกิจเลิศไพโรจน์ในนามของห้างหุ้นส่วนจำกัด ก.เจริญ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายของเด็กเล่น ในปี 2509 และขยายธุรกิจสู่ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก การติดต่อค้าขายกับห้างสรรพสินค้าที่เกิดขึ้น ทำให้กลุ่มกิจเลิศไพโรจน์เล็งเห็นโอกาสในธุรกิจค้าปลีก ด้วยการร่วมทุนกับพันธมิตรเปิดห้างสรรพสินค้าดาวคะนอง ตามด้วยการเปิดห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล
ตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการธุรกิจค้าปลีก นับว่ากลุ่มกิจเลิศไพโรจน์ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง จึงขยายธุรกิจให้ครบวงจรมากขึ้น ด้วยการเปิดศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สาขาสำโรง และลาดพร้าว
ปัจจุบันธุรกิจศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ได้เดินทางมาถึงเจเนอเรชั่นที่ 2 รูปแบบของการดำเนินธุรกิจเริ่มมีการปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา และการแข่งขันของธุรกิจที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ที่กลุ่มกิจเลิศไพโรจน์ดูแลและบริหารอย่างเต็มตัวเหลือเพียงสาขาสำโรง ส่วนสาขาลาดพร้าวมีหุ้นส่วนอีกกลุ่มนั่งบริหาร
ขนาดของเมืองที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และเส้นทางคมนาคมมีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ส่งผลให้ โอฬาร กิจเลิศไพโรจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง ทายาทรุ่นที่ 2 ของ ไพรัช กิจเลิศไพโรจน์ มีแผนที่จะยกเครื่องปรับภาพลักษณ์ของศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรงใหม่ให้มีความทันสมัย และมีบริการที่หลากหลายมากขึ้น
โอฬาร กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจนับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นไป บริษัทจะเดินหน้าปรับปรุงศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง ให้ทันสมัยมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ได้เริ่มทยอยปรับปรุงพื้นที่ภายในศูนย์การค้าไปแล้วบางส่วน เช่น พื้นที่ศูนย์อาหารและพื้นที่เช่า เพื่อนำร้านอาหารชั้นนำเข้ามาเปิดให้บริการเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้งบลงทุนปรับปรุงภายในศูนย์การค้าช่วง 3 ปีแรกนับจากนี้ ประมาณ 300 ล้านบาท ประกอบด้วยบริเวณชั้น 3 โซนดีพาร์ตเมนต์สโตร์ พื้นที่ชั้น 4 โซนสินค้าไอที พื้นที่ชั้น 6 คอนเวนชั่นฮอลล์ และพื้นที่ชั้น 7 พื้นที่สวนน้ำ ขณะที่ชั้น 12 ปัจจุบันบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ เป็นผู้เช่าพื้นที่ดังกล่าวรวม 1.5 หมื่นตารางเมตร ส่วนชั้น 5 บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เป็นผู้เช่า จึงขึ้นอยู่กับแผนของผู้เช่า
“หลังจากบริษัทได้ปรับปรุงพื้นที่ภายในส่วนที่บริษัทรับผิดชอบ จะมุ่งเพิ่มบริการใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การเรียนรู้ หรือการปรับปรุงสวนน้ำเป็นสปอร์ตคอมเพล็กซ์ ซึ่งจะมีทั้งลู่วิ่ง สนามเทนนิส และฟิตเนส เปิดให้บริการอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป” โอฬาร กล่าว
นอกจากนี้ในระยะยาว โอฬาร ยังมีแผนที่จะใช้งบอีก 1,000 ล้านบาท สำหรับปรับปรุงปราสาทภายนอกศูนย์การค้าให้มีความทันสมัย รวมไปถึงการทำสะพานเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าสำโรงมายังบริเวณศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง เพื่อความสะดวกของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ หลังจากสถานีรถไฟฟ้าแล้วเสร็จ
โอฬาร กล่าวว่า จากแผนงานที่วางไว้จะเห็นภาพชัดขึ้นประมาณปี 25602561 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าจะแล้วเสร็จ พร้อมกับการปรับปรุงศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง ทั้งภายในและภายนอก ซึ่งหลังจากปรับปรุงเสร็จคาดว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้าระดับบี หรือกลุ่มที่มีรายได้ต่อเดือนตั้งแต่ 3 หมื่นบาทขึ้นไปเพิ่มขึ้นเป็นที่น่าพอใจ
ปัจจุบันศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง มีฐานลูกค้าระดับรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 1 หมื่นบาท อยู่ที่ 10% ระดับ 12 หมื่นบาท 20% ระดับ 23 หมื่นบาท 30% ระดับ 34 หมื่นบาท 20% และระดับ 5 หมื่นบาทขึ้นไป 10% ซึ่งหลังจากปรับปรุงศูนย์การค้าให้สมบูรณ์แบบ คาดว่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มไม่ต่ำกว่า 2030% จากปัจจุบันวันธรรมดาจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการวันละ 1 แสนคน ส่วนวันหยุดเพิ่มเป็น 1.4 แสนคน
“ภาพลักษณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนไปของศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง ขณะนี้อยู่ระหว่างการวางคอนเซ็ปต์ใหม่ จากปัจจุบันใช้คอนเซ็ปต์ “ศูนย์การค้าของชุมชน” เนื่องจากตลอดระยะเวลาของการดำเนินธุรกิจเราเติบโตและพัฒนาไปพร้อมกับชุมชน” โอฬารกล่าว
โฉมใหม่ของศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรงที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ประกอบกับเส้นทางการคมนาคมจะมีความสะดวกมากขึ้น หลังจากรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยายแบริ่ง–สมุทรปราการ แล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในปี 2559 ผู้บริหารศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง มั่นใจว่าในแต่ละปีต้องมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% แน่นอน







