posttoday
"สตง.เอ็นจีโอ" จ่อสอบ กสทช.ใช้งบอุ้มบุญแฝง

"สตง.เอ็นจีโอ" จ่อสอบ กสทช.ใช้งบอุ้มบุญแฝง

17 ธันวาคม 2556

มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท และมูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์ จัดเสวนาเวทีสื่อไทย “2 ปี กสทช.

โดย...ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ

มูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ท และมูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์ จัดเสวนาเวทีสื่อไทย “2 ปี กสทช. กับการติดตามและประเมินผลโดยเครือข่ายภาคประชาสังคม” เพื่อตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ใน 4 ประเด็นหลัก คือ ทีวีดิจิตอลสาธารณะ กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ธรรมาภิบาล และการกำกับดูแลเนื้อหาที่ไม่ละเมิดเสรีภาพและสิทธิการกำกับดูแลกันเองของสื่อ

พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กล่าวว่า แม้ กสทช. จะเป็นหน่วยงานอิสระ มีคณะกรรมการและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. (ซูเปอร์บอร์ด) ตามกฎหมาย รวมทั้งเงินรายได้ของ กสทช. จะไม่ใช่เงินที่มาจากภาษี แต่ก็ถือเป็นเงินของแผ่นดิน สตง. จึงมีสิทธิตรวจสอบบัญชีการเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้จ่ายต่างๆ ให้อยู่ในบริบทและความคุ้มค่า รวมทั้งผลประโยชน์เชิงทับซ้อน

นอกจากนี้ ยังต้องการให้ กสทช.เปิดเผยข้อเท็จจริงเรื่องรายได้และรายจ่ายอย่างละเอียด เพราะจากเว็บไซต์หรือข้อมูลที่ กสทช. เปิดเผยมานั้นเป็นเพียงภาพกว้างๆ แต่ไม่ได้ลงลึก ทำให้ไม่รู้ที่มาที่ไปในการใช้งบประมาณต่างๆ และบางครั้งอาจมี “งบอุ้มบุญ” แฝงมา ซึ่ง สตง.จะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเคร่งครัด

เอนก นาคะบุตร มูลนิธิชุมชนท้องถิ่นพัฒนา กล่าวว่า ต้องการให้แก้ไข พ.ร.บ.กสทช. เพื่อให้อำนาจประชาชนตรวจสอบการทำงานและการใช้งบต่างๆ ของ กสทช.ได้ โดยเฉพาะการใช้เงินในกองทุน กทปส. ที่เห็นได้ว่าโครงการที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนจากเงินกองทุนส่วนใหญ่เป็นของหน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาเสียมากกว่า รวมทั้งกระบวนการขอรับการจัดสรรไม่เอื้ออำนวยต่อผู้ประกอบการรายเล็ก กลุ่มชาวบ้าน และยังถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของ กสทช.เอง ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กกลายเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติสำหรับกองทุนนี้

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า แม้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) จะจัดสรรคลื่นความถี่ด้วยการประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่องธุรกิจ แต่ก็ยังขาดความชัดเจนในเรื่องของหลักเกณฑ์การให้ช่องสาธารณะแบบคัดเลือกคุณสมบัติ (บิวตี้ คอนเทสต์) ที่ไม่ได้เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) แต่เป็นบิวตี้ คอนเทสต์ ในแบบฉบับของ กสท.เองที่ดูเหมือนจัดสรรและล็อกสเปกให้หน่วยงานของรัฐมากกว่าจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อประชาชน

จิรนุช เปรมชัยพร จากมูลนิธิเพื่อการศึกษาของชุมชน กล่าวว่า ทีวีดิจิตอลเชิงธุรกิจ 24 ช่อง แม้จะมีผู้ยื่นประมูลเกินจำนวนช่อง แต่หากดูในรายละเอียดจะพบว่า จำนวนช่องพอดีกับบริษัทที่เข้าประมูล คือ ทุกบริษัทมีสิทธิได้ครอบครองช่องใดช่องหนึ่ง ทำให้การประมูลครั้งนี้จะออกมาในรูปแบบ วินวิน ทั้งเอกชนและ กสท.

ด้านคณะทำงานติดตามนโยบายสื่อและโทรคมนาคม (NBTC Policy Watch) ชี้ถึงความล้มเหลวด้านธรรมาภิบาลของ กสทช. ใน 5 ประเด็น โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ เช่น รายงานการประชุมและรายงานผลการศึกษาที่ล่าช้าและไม่เป็นไปตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด ไม่มีการแจกแจงการใช้งบประชาสัมพันธ์และจัดซื้อจัดจ้างให้ชัดเจน กระบวนการการคัดเลือกอนุกรรมการในการนำเสนอชุดนโยบายเป็นไปแบบผ่านระบบโควตามากกว่าระบบคุณสมบัติ มีการหลีกเลี่ยงการออกประกาศหรือคำสั่งที่จะทำให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใสในการใช้ดุลพินิจของ กสทช.

อย่างไรก็ตาม เวทีเสวนาครั้งนี้ยังเรียกร้องให้ กสทช. เปิดใจรับฟังเสียงจากสาธารณชนบ้าง เพราะอย่าลืมว่าคลื่นความถี่ที่ กสทช. มีหน้าที่จัดสรรนั้น ถือเป็นทรัพยากรของประเทศที่ประชาชนมีสิทธิเป็นเจ้าของอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่เครื่องมือเพื่อ “ต่างตอบแทน” หน่วยงานรัฐ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท