posttoday
เมื่อไม่มีทางออก

เมื่อไม่มีทางออก

17 ธันวาคม 2556

ถึงแม้ว่าความรุนแรงหรือการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมและฝ่ายรัฐบาลจะผ่านจุดสูงสุดหรือจุดที่ใช้ความรุนแรงมากที่สุดไปแล้ว แต่จนถึงวันนี้ปัญหาการเมืองก็ยังมองไม่เห็นทางออก และยังมีหลายประเด็นที่ต้องติดตาม อย่างน้อยที่สุดต้องจับตาผลการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ วันที่ 17 ธ.ค. ว่าจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งหรือไม่ และหากการเลือกตั้งยังเกิดขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.ปีหน้า ไม่ว่าพรรคใดได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล การชุมนุมทางการเมืองย่อมไม่จบ ขณะที่กระแสสังคมก็ยังฟันธงไม่ได้ว่าเราควรจะ “ปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง” หรือ “เลือกตั้งก่อนปฏิรูปประเทศ” ในเมื่อมีคำถามมากมายที่ยังไม่มีคำตอบ และการเมืองมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นจึงยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนในระยะนี้ และเมื่อไม่ชัดเจน ต่างชาติจะยังคงยืนข้างขายต่อไป เพียงแต่การขายในช่วงปลายปีจะเบาบางลงชั่วคราวเพราะเข้าใกล้เทศกาลวันหยุดพักผ่อนยาว แต่พอหลังปีใหม่แรงจูงใจที่จะให้ต่างชาติกลับมาซื้อ เห็นทีจะลำบาก

ถึงแม้ว่าความรุนแรงหรือการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมและฝ่ายรัฐบาลจะผ่านจุดสูงสุดหรือจุดที่ใช้ความรุนแรงมากที่สุดไปแล้ว แต่จนถึงวันนี้ปัญหาการเมืองก็ยังมองไม่เห็นทางออก และยังมีหลายประเด็นที่ต้องติดตาม อย่างน้อยที่สุดต้องจับตาผลการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ วันที่ 17 ธ.ค. ว่าจะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งหรือไม่ และหากการเลือกตั้งยังเกิดขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.ปีหน้า ไม่ว่าพรรคใดได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล การชุมนุมทางการเมืองย่อมไม่จบ ขณะที่กระแสสังคมก็ยังฟันธงไม่ได้ว่าเราควรจะ “ปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง” หรือ “เลือกตั้งก่อนปฏิรูปประเทศ” ในเมื่อมีคำถามมากมายที่ยังไม่มีคำตอบ และการเมืองมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นจึงยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนในระยะนี้ และเมื่อไม่ชัดเจน ต่างชาติจะยังคงยืนข้างขายต่อไป เพียงแต่การขายในช่วงปลายปีจะเบาบางลงชั่วคราวเพราะเข้าใกล้เทศกาลวันหยุดพักผ่อนยาว แต่พอหลังปีใหม่แรงจูงใจที่จะให้ต่างชาติกลับมาซื้อ เห็นทีจะลำบาก

ประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีหน้า 4.4% ที่ดิฉันเขียนในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นการคาดการณ์ก่อนที่จะมีการประกาศยุบสภา แต่หลังจากยุบสภาไปแล้ว และการเลือกตั้งยังมีความเสี่ยงว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ ทำให้ตัวเลข 4.4% ดูน่าจะสูงเกินไป เพราะ “การลงทุน” ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีหน้า มีแนวโน้มชะลอออกไปจนกว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่ การพึ่งพาการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนไม่พอที่จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ถึง 4.4% เพราะเศรษฐกิจของประเทศที่เป็นตลาดส่งออกหลักของไทย เติบโตแต่ยังเปราะบาง และที่สำคัญสินค้าส่งออกที่ทำรายได้หลักเข้าประเทศจริงๆ มีไม่กี่ตัว หนึ่งในนั้นคือ Hard Disk Drive (HDD) ที่พฤติกรรมผู้บริโภคในตลาดโลกกำลังเปลี่ยนไปนิยม Solid State Drive (SDD) ซึ่งเรายังมีข้อจำกัดในการผลิต

แต่หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกอาหารยังถือว่าน่าสนใจ ด้วยคาแรกเตอร์ของกลุ่มนี้ที่เป็นลักษณะ Defensive อยู่แล้ว มีความอ่อนไหวต่ำกับการเมือง โดยเฉพาะธุรกิจกุ้งที่จะเริ่มฟื้นตัวจากโรค EMS อย่างเต็มที่ในปีหน้า ทำให้ CPF, TUF รวมถึง CFRESH อยู่ในข่ายน่าสนใจ

หากการลงทุนมีเหตุให้ล่าช้าออกไป กรณีนี้ไม่ได้หมายถึงถ้า พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ไม่เกิด (ถ้า พ.ร.บ.ดังกล่าวตกไป รัฐบาลจะจัดหาแหล่งเงินกู้จากแหล่งอื่นแทน ขอแค่มีรัฐบาลเป็นพอ) หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรับเหมา วัสดุก่อสร้าง บ้านและธนาคาร ดูน่าสนใจน้อยลงในเชิงจิตวิทยาการลงทุน อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับ Valuations ของหุ้นในกลุ่มดังกล่าว มีหุ้นหลายตัวที่น่าสนใจสำหรับการถือลงทุนระยะยาวเพราะ PE ร่วงลงมาจนถึงระดับที่ “ถูก” จนน่าจะเล็งซื้อสะสมได้แล้ว เช่น KBANK, KTB, SPALI, STEC เป็นต้น

สำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่แม้จะอ่อนกับการเมือง แต่เมื่อการเมืองจบ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังน่าจะกลับมาสดใสได้อีก 23 ปีเป็นอย่างน้อยด้วยศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวของไทย รวมไปถึงราคาเมื่อเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้าน หุ้นที่ได้เขียนถึงในสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ MINT, AOT, BH จึงยังเป็นหุ้นที่ชอบ รวมไปถึง BTS ด้วย

นอกจากปัญหาการเมืองไทยที่มีแนวโน้มกดดันตลาดหุ้นไปถึงต้นปีหน้าเป็นอย่างน้อย ประเด็นการเริ่มทยอยลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ของธนาคารกลางสหรัฐ (QE Tapering) ก็ยังคงอยู่ในตลาดในช่วงต้นปีหน้า จึงยังมีมุมมองเหมือนเดิมว่าตลาดหุ้นไทยยังจะถูกกดดันต่อไปอีกไตรมาสแรก หรืออาจเลยไปจนถึงครึ่งปีแรกของปีหน้า แม้จะเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยยืดหยุ่นมากพอสำหรับประเด็น QE Tapering แต่จะไม่โดดเด่นไปกว่าตลาดอื่นในเอเชีย โดยเฉพาะปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่มี การลงทุนในระยะ 3 เดือนข้างหน้าจึงยังน่าอึดอัด การซื้อหุ้นพื้นฐานดีจึงมีจังหวะให้ทยอยซื้อแบบไม่รีบร้อนอีกพอสมควร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท