
TFIลั่นพลิกมีกำไรปีหน้า
ปัจจัยบวกหนุนทั้งในบริษัทและตปท.เพิ่มทุนพร้อมลดอีดีคืนหนี้หุ้นหมุนคล่อง
ปัจจัยบวกหนุนทั้งในบริษัทและตปท.เพิ่มทุนพร้อมลดอีดีคืนหนี้หุ้นหมุนคล่อง
TFI ลั่นปี 2557 ฟื้นมีกำไร คาดยอดขายโต 10% มาร์จิ้นพุ่ง แถมเพิ่มทุนหนุน ฐานะการเงินแกร่งขึ้น
นายภิรมย์ แจ่มใส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ (TFI) เปิดเผยว่า ในปี 2557 ผลการดำเนินงานจะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ เนื่องจากยอดขายเติบโตต่อเนื่องและการใช้กลยุทธ์ในการเพิ่มอัตรากำไร (มาร์จิ้น) ทั้งการผลิตสินค้าพิเศษเพิ่มขึ้นและประสิทธิภาพของโรงงานดีขึ้น
“มั่นใจว่าปีหน้าจะพลิกฟื้นมามีกำไร เพราะสินค้าเรายังจำเป็นในชีวิตประจำวันและสเปรดมีแนวโน้มสูงขึ้นจากปีนี้จากจีนที่มีปัญหาต้นทุนที่สูงขึ้น และแผนการบริหารภายใน” นายภิรมย์ กล่าว
ในปี 2557 คาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากปีนี้โตประมาณ 20% เนื่องจากความต้องการใช้ผลิตฟิล์มบีโอพีพี (BOPP) ใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารยังคงเติบโตดี ทั้งตลาดในประเทศที่ปัจจุบันมีสัดส่วนของยอดขายประมาณ 48% ซึ่งบริษัทเป็นผู้ผลิตที่ครองส่วนแบ่งการตลาดที่ใหญ่และตลาดต่างประเทศอีก 52% ที่มีลูกค้ารายใหญ่คือ อินโดนีเซียกับเวียดนาม และยังมีประเทศอื่นๆ
นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับปัจจัยบวกจากภาวะอุปทานส่วนเกินของฟิล์มบีโอพีพีตลาดโลก หลังจากจีนผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกมีต้นทุนการผลิตรวมสูงขึ้นทำให้มีการผลิตลดลง ขณะนี้เริ่มมีคำสั่งซื้อเข้ามาแล้วเป็นสัญญา 24 เดือนล่วงหน้า และตลาดขนาดใหญ่ทั้งยุโรป สหรัฐ มีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งที่ผ่านมายังขายทั้งสองตลาดน้อยจะมาเสริมจากตลาดเอเชียที่เติบโตดี
ในปีหน้ายังมีแผนเพิ่มสัดส่วนการผลิตภัณฑ์กลุ่มฟิล์มชนิดเกรดพิเศษเป็น 30% จากปีนี้ที่มีสัดส่วนประมาณ 25% ของกำลังการผลิตโดยรวมประมาณ 1.15 แสนตันต่อปี ซึ่งเป็นกลยุทธ์อีกด้านที่จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรให้ดีขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีแผนปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพของโรงงาน จากแผนการลดต้นทุนรวมภายในของบริษัทที่ยังคงดำเนินการต่อเนื่องจากปีนี้ ส่งผลให้ต้นทุนรวมลดลงประมาณ 11% หลังจากเปลี่ยนการใช้พลังงานจากก๊าซมาเป็นพลังงานไอน้ำ รวมถึงการบริหารจัดการที่ดีขึ้นส่งผลให้ต้นทุนพลังงานลดลง และยังสามารถลดการสูญเสียจากการผลิตได้ดีขึ้น
นายสมชัย วสุพงศ์โสธร กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ การเงิน TFI เปิดเผยภายหลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติด้วยคะแนนเสียง 99.99% อนุมัติแผนการเพิ่มทุน 1,482 ล้านหุ้น มีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิม 682.5 ล้านหุ้น สัดส่วน 2 ต่อ 1 ราคา 1 บาท และจัดสรรให้บุคคลในวงจำกัด (พีพี) ไม่เกิน 800 ล้านหุ้น ราคาไม่ต่ำกว่า 90% ของราคาเฉลี่ยที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 1.64 บาท
เงินเพิ่มทุนในส่วนของผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 682.5 ล้านบาท น่าจะได้เงินในปีนี้และนำไปชำระหนี้ 300 ล้านบาท เพื่อลดภาระดอกเบี้ย ซึ่งบริษัทกู้มาซื้อเครื่องจักรผลิตฟิล์มแมททัลไลซ์ 95 ล้านบาท จะติดตั้งเสร็จไตรมาส 3 ปีหน้า ถือเป็นกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรดี ซึ่งจะสามารถสร้างกำไรได้จากสินค้านี้ประมาณ 27 ล้านบาทต่อปี และยังได้ลงทุนเครื่องกำเนิดไอน้ำชีวะมวลช่วยลดต้นทุนพลังงานลงถึง 4 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนเงินที่เหลือจะใช้เงินหมุนเวียนซื้อวัตถุดิบ และยังส่งผลดีให้อัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) ในสิ้นปีนี้เหลือประมาณ 1.5 เท่า จาก 3.3 เท่า
นายประยุทธ มหากิจศิริ ประธานกรรมการ TFI กล่าวว่า กลุ่มมหากิจศิริ ซึ่งปัจจุบันถือหุ้นใหญ่อยู่ประมาณ 80% จะจองซื้อหุ้นตามสิทธิเท่านั้น เพื่อให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยสามารถจองเกินสิทธิได้ เพื่อเป็นการคุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุนรายย่อย
“หุ้นพีพีจะขายให้กับนักลงทุนใหม่ที่ไม่เกี่ยวโยงกับบริษัท ซึ่งจะส่งผลให้สภาพคล่องหุ้นดีขึ้น” นายประยุทธ กล่าว







