posttoday
มาเลย์-สิงคโปร์บุก

มาเลย์-สิงคโปร์บุก

17 ธันวาคม 2556

ซีไอเอ็มบีไทยยันสนใจเข้ามาลงทุนในไทย.

ซีไอเอ็มบีไทยยันสนใจเข้ามาลงทุนในไทย.

กลุ่มธุรกิจเลื่อนแผนระดมทุนไปปีหน้าเพียบ.ซีไอเอ็มบี ไทย เผยกลุ่มธุรกิจมาเลเซียสิงคโปร์สนใจหอบเงินลงทุนในไทย มองข้ามปัญหาการเมือง

นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครือข่ายธนาคาร ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป ครั้งล่าสุด ธนาคารยังคงเห็นสัญญาณของธุรกิจในกลุ่มประเทศอาเซียนยังต้องการเข้ามาลงทุนในไทยในช่วงปีหน้าอยู่ โดยเฉพาะนักธุรกิจจากประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ มีความสนใจเข้ามาลงทุนในธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างมาก

ขณะเดียวกันนั้น ก็พบว่ากลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของไทยหลายรายก็มีแผนขยายการลงทุนหรือออกไประดมทุนในต่างประเทศมากขึ้นเช่นกัน

“คนในอาเซียนสนใจเข้ามาลงทุนในไทยมาก แม้ว่าเราจะมีปัญหาทางการเมือง แต่เชื่อว่าจะเป็นปัจจัยระยะสั้น เมื่อเหตุการณ์มีภาพที่ชัดเจนขึ้นเขาก็จะเข้ามา ซึ่งอาจเป็นในรูปการร่วมทุนหรือเข้าซื้อกิจการ เพราะหลายธุรกิจในไทยมีศักยภาพ เช่น กลุ่มโรงแรม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเฮลท์แคร์ ธุรกิจไทยเองก็สนใจไปลงทุนและระดมทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้น ฝ่ายวาณิชธนกิจในปีหน้ายังมีเรื่องให้ทำอีกเยอะ” นายสุภัค กล่าว

นายสิทธิไชย มหาคุณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ปัจจัยความไม่สงบทางการเมืองและความไม่แน่นอนของมาตรการคิวอี ได้ส่งผลให้ลูกค้าส่วนหนึ่งของธนาคารที่มีแผนจะระดมทุนจากตลาดทุนในปีนี้ขยายเวลาออกไปก่อน เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม ในการเดินหน้าต่อ โดยคาดว่างานที่เลื่อนจากปลายปีนี้จะขยับไปอยู่ในช่วงไตรมาส 1-2 ของปีหน้า ส่วนไตรมาส 3-4 น่าจะ มีงานประเภทควบรวมและเข้าซื้อกิจการที่พูดคุยอยู่มากพอสมควร

อย่างไรก็ดี การขยายระยะเวลาปิดงานของลูกค้าบางรายออกไปเป็นปีหน้า อาจส่งผลให้รายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจของธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ในปีนี้ ต่ำกว่า เป้าหมายที่คาดว่าจะมีรายได้ค่าธรรมเนียมการเป็นที่ปรึกษาการเงินเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 50% บ้าง

ด้าน นายกิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กำกับดูแลสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า จากภาวะที่อุปสงค์ในตลาดทุนมีการปรับตัวลดลง ธนาคารจึงได้แนะนำให้ลูกค้าธุรกิจบางรายชะลอแผนการระดมทุนในตลาดทุนออกไปเป็นปีหน้า เพราะมองว่าปัจจัยการเมืองจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ ซึ่งหากการเลือกตั้งสามารถดำเนินการได้ตามกำหนด สถานการณ์น่าจะคลี่คลายได้ เนื่องจากระดับดัชนีหลักทรัพย์ไทยที่ระดับ 1,350 จุด ยังถือว่าต่ำกว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทย

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานข้อมูลเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมาไทย (เอฟดีไอ) จำแนกตามประเทศ ล่าสุด งวดสิ้นเดือน ก.ย.พบว่ามีทั้งสิ้น 1,502 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 4.81 หมื่นล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน 1,013 ล้านเหรียญสหรัฐ

ประเทศที่นำเงินเข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุดคือญี่ปุ่น 654 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท รองลงมาคือสหรัฐ 230 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7,360 ล้านบาท ขณะที่เพื่อนบ้านไทยอย่างสิงคโปร์นำเงินมาลงทุนในไทยถึง 310.57 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 9,938 ล้านบาท ส่วนมาเลเซียนำเงินเข้ามาลงทุนในไทย 77.75 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2,488 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ ดีโลจิก บริษัทผู้ให้บริการด้านข้อมูลทางการเงินระดับโลก ได้เผยแพร่ภาพรวมรายได้ในธุรกิจวาณิชธนกิจว่า ตลาดไทยติดอันดับ 1 ใน 5 สามารถทำรายได้สูงสุดโดยช่วงเดือน ม.ค.ก.ย. ธุรกิจวาณิชธนกิจมีรายได้กว่า 176 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงขึ้นถึง 46% ระดมทุนไปแล้วกว่า 3.5 แสนล้านบาท

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า