
ราคาแกว่งทดสอบการประชุม FOMC
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำแกว่งตัวค่อนข้างรุนแรงโดยปรับตัวสูงขึ้นไปทดสอบแนวต้านด้านบนที่ระดับ 1,265 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และกลับปรับตัวลดลงรุนแรงลงมาที่ระดับ 1,220 เหรียญ หรือตกลงกว่า 2.3% โดยที่ SPDR ยังเป็นผู้ขายทองหลักอีกกว่า 6 ตัน ลดการถือครองทองคำที่ระดับ 827.6 ตัน ทั้งที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา โดยภาพรวมการจ้างงานดีขึ้น กำลังซื้อยอดค้าปลีกดีขึ้น ภาคการผลิตดีขึ้น และจีดีพีที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้เกิดความกังวลที่ว่าเฟดจะลด QE โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการบรรลุข้อตกลงในการแก้ปัญหาร่วมกันได้ในเรื่อง Debt Ceiling ของพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำแกว่งตัวค่อนข้างรุนแรงโดยปรับตัวสูงขึ้นไปทดสอบแนวต้านด้านบนที่ระดับ 1,265 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และกลับปรับตัวลดลงรุนแรงลงมาที่ระดับ 1,220 เหรียญ หรือตกลงกว่า 2.3% โดยที่ SPDR ยังเป็นผู้ขายทองหลักอีกกว่า 6 ตัน ลดการถือครองทองคำที่ระดับ 827.6 ตัน ทั้งที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา โดยภาพรวมการจ้างงานดีขึ้น กำลังซื้อยอดค้าปลีกดีขึ้น ภาคการผลิตดีขึ้น และจีดีพีที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้เกิดความกังวลที่ว่าเฟดจะลด QE โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการบรรลุข้อตกลงในการแก้ปัญหาร่วมกันได้ในเรื่อง Debt Ceiling ของพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน
สำหรับการเมืองไทยดูจะลดความร้อนแรงลงไปบ้าง ทำให้ค่าเงินบาทเองกลับมาแข็งค่าขึ้น หลังจากที่ขึ้นไปทดสอบที่ระดับ 32.40 บาท/ดอลลาร์ อีกครั้งหนึ่ง และกลับแข็งค่าจนหลุดระดับ 32.00 บาท/ดอลลาร์ลงมา ณ ขณะนี้เงินบาททรงๆอยู่บริเวณ 32.10 บาท/ดอลลาร์
ภาพรวมของราคาทองคำก่อนสิ้นปี เป็นลักษณะการปรับสถานะ ซึ่งคาดว่ายังคงเป็นทิศทางขาลง โดยเฝ้ารอคำแถลงของนาย เบน เบอนันเก ประธานเฟดในวันที่ 18 ธ.ค. นี้เป็นหลักสำคัญ
คาดว่าราคาทองคำในปีนี้น่าจะปิดตัวใกล้เคียงบริเวณ 1,200 เหรียญ
อย่างไรก็ดีในช่วงสิ้นปีนี้ ปริมาณการซื้อทองคำแท่งค่อนข้างที่จะลดลง ในขณะที่ปริมาณการซื้อทองคำรูปพรรณยังคงแข็งแกร่งใกล้เคียงกับปีที่แล้ว แต่ปริมาณการซื้อทองคำแท่งกลับลดลงไปอย่างมาก เนื่องจากการลดลงของราคาทองคำตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ซึ่งลดลงไปกว่า 30% แล้ว
การลงทุนในทองคำ ประโยชน์และสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการรู้จักใช้อัตราทดในจังหวะที่เหมาะสม และใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เนื่องจากการแกว่งตัวของราคาทองคำ ที่ถึงแม้จะมีแนวโน้มหลักเป็นแนวโน้มขาลงก็ตาม อันจะเห็นความผันผวนของราคาทองคำขึ้นลงค่อนข้างรวดเร็ว ดังนั้นนักลงทุนที่ใช้อัตราทดสูงๆ และเกิดการผิดจังหวะ ก็มีโอกาสที่จะแพ้ทางกับตลาดและกลายเป็นผู้ขาดทุนในที่สุดได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการบริหารเงินลงทุนอย่างมีแผน MTS Gold Futures ได้ย้ำเน้นเรื่องของการบริหารเงินลงทุนอย่างถูกต้องมาโดยตลอด ในวันนี้จะพูดในส่วนหนึ่ง คือ การมีเป้าหมายและหลักการในการบริหาร Portfolio ของท่าน
การกำหนดปริมาณรวมของการลงทุนอย่างมีแผน สิ่งแรกนั้น นักลงทุนจะต้องรู้ว่า กำลังทรัพย์ของท่านในการลงทุนมีเท่าไหร่ และถ้าเป็น Gold Futures ท่านก็ควรที่จะคำนึงว่าเงินลงทุนที่จะมีการ Leverage ควรจะใช้ประมาณกี่เท่าจึงจะเหมาะสมกับความสามารถในการลงทุนของตัวท่านเอง รวมไปถึงความสามารถในการรับความเสี่ยง และความสมารถในการทนต่อการรับสภาพความผันผวน
ตรงนี้ MTS Gold Futures ได้ย้ำเน้นกับนักลงทุนมาโดยตลอดว่า ควรจะเริ่มต้นจากการใช้อัตราทดที่น้อยที่สุด หรือไม่ใช้เลย ตราบที่นักลงทุนมีความเข้าใจและสามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ จึงค่อยๆเพิ่มอัตราทดไปตามความสามารถของนักลงทุนที่พัฒนาขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ยังแนะนำว่าไม่ควรใช้อัตราทดเกินกว่า 5 เท่าของเงินที่ท่านวาง Margin เอาไว้ เพื่อที่จะช่วยดูดซับแรงกระแทกเมื่อตลาดมีความผันผวนอย่างมาก
สำหรับการเข้าซื้อแต่ละครั้งที่ภาษานักลงทุนที่มองในภาพใหญ่ เรียกว่า การเข้าสู่ตลาด (Entry) จุดสำคัญก็คือ เราต้องรู้ระดับที่เหมาะสมในการเข้าสู่ตลาดว่าระดับตรงไหนที่เราคิดว่ามีความคุ้มค่าสำหรับการลงทุนและจะถูกทาง สิ่งที่ย้ำเน้นในขณะนี้คือ ปริมาณการซื้อแต่ละครั้งควรจะใช้ปริมาณที่ไม่มากหรืออยู่ในเกณฑ์ประมาณ 510% ที่คาดว่าจะลงทุนทั้งหมดเท่านั้น และนอกจากจะใช้ปริมาณที่น้อยแล้ว ความถี่ในการเข้าซื้อ ก็ควรที่จะมีระยะห่างของระยะเวลาพอสมควร ซึ่งก็เหมือนกับการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนนั่นเอง ดังนั้นอย่างน้อยที่สุดก็ควรจะลงทุนต่างช่วงเวลา หรือบางครั้งก็ควรจะต่างวันด้วยซ้ำไป
ประเด็นสุดท้าย คือการปิดสถานะหรือการออกจากตลาด (Exit) การปิดสถานะทำได้ใน 2 กรณี คือ 1. ปิดแบบกำไรแล้วออกจากตลาด หรือ 2. ปิดเพื่อหยุดสภาวะขาดทุน
การลงทุนอย่างมีเป้าหมายจะช่วยให้นักลงทุนสามารถบริหารความเสี่ยงในการลงทุนได้อย่างดี ดังนั้นระดับราคาที่เราจะปิดสถานะจึงควรมีการกำหนดและวางแผนไว้เสียแต่เนิ่นๆ และในท้ายที่สุดการลงทุนที่ดีก็ต้องเผื่อสำหรับสิ่งที่ไม่คาดฝัน ก็คือสภาวะที่อาจจะพลิกโผกลายเป็นขาดทุน เราจะวางแผนแก้ไขและหยุดขาดทุนได้อย่างไร
ล้อมกรอบ MTS Gold Futures ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนในทองคำอย่างครบวงจร เปิดสัมมนาต่อเนื่องสำหรับนักลงทุนที่เปิดบัญชีใหม่ หรือสนในการลงทุนในทองคำได้ในวันจันทร์ พุธ และศุกร์ ของสาขาเซ็นทรัลทั้ง 3 แห่งคือ สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 12 สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชั้น 17 และสาขาเซ็นทรัลเวิร์ล ชั้น 28 สนใจติดต่อได้ที่ MTS Gold Call Center 02-770-7777







