
ซี.พี.แลนด์ทุ่ม1.5หมื่นล้าน
วาดเป้า5ปีสยายโครงการครบ77จังหวัดมั่นใจโตทุกปีพร้อมเล็งเข้าตลาดหุ้น
วาดเป้า5ปีสยายโครงการครบ77จังหวัดมั่นใจโตทุกปีพร้อมเล็งเข้าตลาดหุ้น
ซี.พี.แลนด์ กางแผน 5 ปี ปูพรมครบ 77 จังหวัด รับเปิดเออีซี อัดเม็ดเงินปีหน้ากว่า 1.5 หมื่นล้านบาท
นายสุนทร อรุณานนท์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี.พี.แลนด์ เปิดเผยว่า แผนธุรกิจของบริษัทในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยตั้งเป้าว่ามีอาคารของซี.พี.แลนด์ ครบ 77 จังหวัด อย่างน้อยจังหวัดละ 2 อาคาร เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยปัจจุบันมีการลงทุนแล้ว 16 จังหวัด คาดว่าปีหน้าจะมากกว่า 20 จังหวัด
ทั้งนี้ ในปี 2557 จะมีการลงทุนคอนโดมิเนียมมากกว่า 20 อาคาร โครงการบ้านเดี่ยวประมาณ 3 โครงการ อาคารสำนักงานในต่างจังหวัดอีก 4 แห่ง และโรงแรมอีก 4 แห่ง มูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะมีกำไรปีหน้าทะลุ 1,000 ล้านบาท รวมทั้งอีก 2 ปีข้างหน้า ซี.พี. แลนด์ จะมีทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสในกรุงเทพฯ ซึ่งจะมีอาคารสำนักงานและรีเทล โดยเจรจาอยู่ 3 แปลง ย่านถนนวิภาวดีรังสิตและรัชดาฯ ซึ่งแต่ละแปลงเป็นแปลงขนาดใหญ่ 10 กว่าไร่ ส่วนการร่วมทุนกับเอกชนประเทศจีนอยู่ระหว่างการเจรจาเช่นกัน คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปี 2557
“ซี.พี.แลนด์ จะมีการเติบโตทุกปี ถ้าพร้อมก็สามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ โดยรายได้จะมาจากการสร้างเพื่อขายและการซื้อกิจการ เช่น โรงแรม มาพัฒนาต่อ ซึ่งจะทำให้มีรายได้เข้ามาเร็วขึ้นและมีความต่อเนื่อง รวมทั้งการสร้างสำนักงานให้เช่าตามหัวเมือง” นายสุนทร กล่าว
ขณะที่ล่าสุดบริษัทได้นำอาคารสำนักงานซีพีทาวเวอร์ 1 (สีลม) ซีพีทาวเวอร์ 2 (ฟอร์จูนทาวน์) และซีพีทาวเวอร์ 3 (พญาไท) ตั้งกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ซี.พี.ทาวเวอร์ โกรท (CPTGF) มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยจะซื้อขายวันแรก 16 ธ.ค.นี้ ราคาหน่วยละ 10.15 บาท
นายสุนทร กล่าวอีกว่า ภาพรวมเศรษฐกิจของไทยในปี 2557 ยังเติบโตได้ประมาณ 5% หากภาครัฐมีการลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อย 15% จากเงินงบประมาณแต่ละปีอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท รวมถึงการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งภาคเอกชนไทยมีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว ส่วนปัจจัยที่ต้องระมัดระวัง คือ ความเชื่อมั่นและย้ายฐานการลงทุนของต่างชาติไปยังประเทศที่การเมืองนิ่ง จะส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยได้ ซึ่งจะมีผลต่อจีดีพีประมาณ 2% ดังนั้นจึงควรจะมีการลงทุนด้วยตนเองมากขึ้น
“หลายคนอาจจะมองว่าไทยโตได้ช้า และมักจะมีเหตุการณ์เข้ามาทำให้เศรษฐกิจสะดุด อย่างไรก็ตามแม้จะสะดุดไปบ้างแต่ฟื้นเร็ว เนื่องจากภาคเอกชนมีความแข็งแกร่ง เศรษฐกิจไทยขี้หมูขี้หมา อย่างไรก็โตได้เกิน 5%” นายสุนทร กล่าว
สำหรับปัญหาการเมืองไม่กระทบกับบริษัท เพราะโครงการส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด ซึ่งเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา เปิดโครงการคอนโดมิเนียมกัลปพฤกษ์ที่เชียงราย มูลค่า 500 ล้านบาท จำนวน 350 ยูนิต ก็ยังขายดีขายหมดใน 2 สัปดาห์ ส่วนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ที่ชะลอลงไป ไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทที่เน้นการวางแผนลงทุนระยะยาว และปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม







