
ทีดีอาร์ไอไทยร่วมองค์กรต้านคอรัปชั่นโลกเรียกเชื่อมั่น
ทีดีอาร์ไอ รับไทยถูกหั่นดัชนีคอร์รัปชั่นกระทบเศรษฐกิจ แนะไทยร่วมองค์กรต้านคอรัปชั่นโลก เรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนแข่งประเทศเพื่อนบ้าน
ทีดีอาร์ไอ รับไทยถูกหั่นดัชนีคอร์รัปชั่นกระทบเศรษฐกิจ แนะไทยร่วมองค์กรต้านคอรัปชั่นโลก เรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนแข่งประเทศเพื่อนบ้าน
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ปัญหาคอร์รัปชั่นของประเทศไทยที่ตกต่ำลงเรื่อย ๆ จากที่เคยอยู่อันดับที่ 59 เมื่อหลายปีก่อนและมาอยู่อันดับที่ 88 ในปีที่ผ่านมา และปีนี้ตกลงมาอยู่ที่อันดับ 102 จาก 177 ประเทศ แย่กว่าประเทศโคลอมเบียซึ่งมีภาพลักษณ์ของดินแดนมาเฟีย มีปัญหาค้ายาเสพติด และต่ำกว่าอีกหลายประเทศในเอเชียที่เป็นประเทศเพื่อนบ้าน
และแน่นอนว่าการมีคอร์รัปชั่นมากขึ้น จะส่งผลต่อประเทศหลายอย่าง ที่ชัดเจนที่สุดคือ เรื่องเศรษฐกิจซึ่งเป็นห่วงกันว่าจะทำให้นักลงทุนไม่อยากมาลงทุน และยังมีผลกับปัญหาทางการเมืองที่เป็นความขัดแย้งอยู่ในปัจจุบัน เพราะเหตุผลส่วนหนึ่งมาจากนักการเมืองมีปัญหาคอร์รัปชั่น ถ้าคอร์รัปชั่นหนักข้อขึ้น ประชาธิปไตยก็เป็นปัญหา และที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จะต้องพูดถึงคือ คอร์รัปชั่นมีผลบั่นทอนจริยธรรมของคนในสังคมด้วย ไม่มีประเทศใดเลยในโลกที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาแล้วก้าวไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วขึ้นมาได้ หากมีคะแนนการต่อต้านคอร์รัปชั่นอยู่อันดับแย่ ๆ เช่น ต่ำกว่า 4 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 ซึ่งประเทศไทยไม่เคยได้คะแนนเกิน 4 คะแนนเลย
ดังนั้น ทีดีอาร์ไอจึงเห็นว่าการลดคอร์รัปชั่นต้องจัดการกับ 3 ตัวนี้ จึงเสนอว่า ควรลดการใช้ดุลพินิจ โดย กำหนดกรอบเวลาและจัดทำคู่มือพิจารณาใบอนุญาต กรณีไม่อนุญาตก็ต้องอธิบายและเปิดเผยเหตุผลการไม่อนุญาต และควรลดการผูกขาดด้วยการเปิดเสรี ลดการผูกขาดเศรษฐกิจ ยกเลิกโควตานำเข้าสินค้าต่าง ๆ รัฐควรเลิกผูกขาดทางการค้าเช่น การค้าข้าว ด้านกลไกความรับผิดชอบควรให้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเป็นองค์กรอิสระ ไม่ถูกแทรกแซงโดยนักการเมืองจึงช่วยลดคอร์รัปชั่นได้
นอกจากนี้ ต้องเพิ่มความโปร่งใส โดยการแก้ไขกฎหมายข้อมูลข่าวสารของทางราชการให้เปิดเผยข้อมูลของรัฐมากขึ้น ถ้าประชาชนรู้เห็นอะไรแบบรัฐโอกาสทุจริตก็จะยากขึ้น รัฐควรเปิดให้สังคมเข้าตรวจสอบได้ เช่น ยอมรับข้อตกลงคุณธรรมในโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมาองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นได้เสนอว่าเวลารัฐจะทำโครงการขนาดใหญ่ของให้ภาคสังคมได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการดูด้วย อีกข้อเสนอที่สำคัญคือ แก้กฎหมายให้คดีคอร์รัปชั่นไม่มีอายุความ ซึ่งจะทำให้นักการเมืองซึ่งทำผิดแล้วหนีออกไปต่างประเทศแล้วหวังว่าเมื่อหมดอายุความแล้วจะกลับมาจะได้ไม่ทำแบบนี้อีก
นายสมเกียรติ ยังเสนออีกว่า ประเทศไทยควรเข้าเป็นสมาชิกของอนุสัญญาต่อต้านการให้สินบนของ OECD ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศแห่งหนึ่ง ที่มีกระบวนการในการตรวจสอบไม่ให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่นข้ามประเทศได้ดี หากประเทศไทยเข้าไปเป็นสมาชิกขององค์กรนี้ก็จะถูกตรวจสอบด้วย การทุจริตคอร์รัปชั่นก็จะทำได้ยากขึ้น และน่าสนใจว่าตอนนี้ประเทศอย่างโคลอมเบียก็ได้เข้ามาเป็นสมาชิกของสัญญาต่อต้านคอร์รัปชั่นของ OECD เรียบร้อยแล้วในปีนี้ และที่จะตามมาก็คือ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านเรา ซึ่งจะเป็นคู่แข่งของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เพราะหากเขาเข้าไปเป็นสมาชิกก็จะมีความน่าเชื่อถือในเรื่องความโปร่งใสดีขึ้นนักลงทุนก็จะเลือกไปลงทุน กรณีประเทศไทยหากปล่อยไว้อย่างนี้ คิดว่าประเทศไทยก็จะหมดเสน่ห์และคนไทยจะเดือดร้อนจากเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น







