
ย้ำการเมืองป่วนสั่นคลอนเชื่อมั่นการลงทุน
ปัญหาการเมืองไทยกระทบความเชื่อมั่น หวั่นนักลงทุนหนีไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน
ปัญหาการเมืองไทยกระทบความเชื่อมั่น หวั่นนักลงทุนหนีไปลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน
นายเกษมสันต์ วีระกุล นักวิชาการอิสระ เปิดเผยว่า ปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ จะส่งผลกระทบต่อการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ที่อาจทำให้นักลงทุนรายใหม่เริ่มชะลอการลงทุนในประเทศไทย และหันไปพิจารณาลงทุนในประเทศอื่นๆ ในอาเซียนแทน
ขณะที่การทำงานของรัฐบาลในด้านนโยบายที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนจะหยุดชะงักลง จากเดิมได้ดำเนินการช้าและทำงานอย่างไม่มียุทธศาสตร์อยู่แล้ว แต่เมื่อยุบสภาการทำงานก็จะชะงักลง ปัจจัยดังกล่าวเป็นจุดด้อยของประเทศไทยในการพัฒนาประเทศ
“ประเทศไทยยังมีความพร้อมน้อย เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่มีความตื่นตัวมาก ซึ่งเป็นการตื่นตัวแบบหลวมๆ ไม่ได้ปรับตัวให้เข้ากับการรวมตัวเป็นอาเซียน ขณะที่ปัญหาการเมืองในประเทศที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการพัฒนาอย่างแน่นอน” นายเกษมสันต์ กล่าว
ด้านนายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนกังวลว่าช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลจะกระทบต่อการติดต่อประสานงานระหว่างสมาชิกอาเซียน เนื่องจากยังมีบริบทอีกมากที่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ความร่วมมือดำเนินการได้ช้าลง และหากประเทศอื่นไม่รอให้ไทยพร้อม ก็อาจทำให้ดำเนินการต่างๆ ล่วงหน้าไทยไปก่อน
ขณะที่ภาคธุรกิจจะเกิดการพัฒนาที่ไม่ต่อเนื่อง เพราะบรรยากาศไม่เอื้อต่อการลงทุน นักลงทุนต่างชาติไม่เชื่อมั่นที่จะเข้ามาลงทุนในไทย หรือนักลงทุนไทยก็ไม่มั่นใจที่จะออกไปลงทุนในอาเซียน รวมทั้งการอำนวยความสะดวกทางการค้าจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย
“นโยบายส่วนใหญ่ถูกวางแผนไว้อยู่แล้ว แต่เมื่อมีการยุบสภาอาจจะกระทบต่อภาคการปฏิบัติ รวมถึงการวางแผนในอนาคตต่อไปที่อาจมีปัญหาติดขัด ขณะการเจรจาที่จำเป็นต้องขออนุมัติจากรัฐบาลหรือรัฐสภาจะต้องหยุดชะงักตามไปด้วย ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดการขับเคลื่อน” นายวัลลภ กล่าว







