
แชมป์ส่งออก
คอลัมน์แลกเปลี่ยนฉบับนี้ มีข้อมูลจาก สถาบันส่งเสริมการออกแบบและนวัตกรรมเพื่อการค้า มาแลกเปลี่ยน สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีแผนทำตลาดเพื่อส่งออกอยู่แล้ว และผู้ที่กำลังหาตลาดส่งออกในปีหน้า
คอลัมน์แลกเปลี่ยนฉบับนี้ มีข้อมูลจาก สถาบันส่งเสริมการออกแบบและนวัตกรรมเพื่อการค้า มาแลกเปลี่ยน สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีแผนทำตลาดเพื่อส่งออกอยู่แล้ว และผู้ที่กำลังหาตลาดส่งออกในปีหน้า
สำหรับการส่งออกของไทยในปี 2555 ที่ผ่านมานั้น มีมูลค่ารวมทั้งหมดกว่า 231,578.75 ล้านเหรียญสหรัฐ จากตัวเลขดังกล่าวแบ่งออกเป็น กลุ่มอุตสาหกรรมหนัก อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนรถยนต์ มูลค่า 124,601.86 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 53.8% กลุ่มอาหารและการเกษตร อาทิ ข้าว ยาง แป้งมันสำปะหลัง น้ำตาล และอาหาร มูลค่า 37,521.18 ล้านเหรียญสหรัฐ ในสัดส่วน 16.2% กลุ่มแฟชั่น อัญมณี เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย ผ้า และเส้นด้าย 13,960.19 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 6%
กลุ่มสุขภาพและความงาม เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อุปกรณ์ทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ยา เป็นต้น มีมูลค่า 3,844.38 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 1.7% กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ เฟอร์นิเจอร์ และส่วนประกอบ ของขวัญ และของตกแต่ง สินค้าครัวเรือน ของใช้จากผ้า มูลค่า 3,100.7 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 1.3% และสุดท้ายกลุ่มอื่นๆ อาทิ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี เคมี ทอง และทองแดง เป็นต้น มูลค่า 48,550.44 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 21%
นอกจากนี้ สำหรับเอสเอ็มอีที่สนใจจะขยายการทำตลาดหรือทำธุรกิจร่วมกับพันธมิตรเกาหลีใต้ พบว่า ในปี 2555 มีมูลค่าการค้าไทยเกาหลีใต้ อยู่ที่ 13,782 ล้านเหรียญสหรัฐ โอกาสมีอยู่สำหรับผู้ไขว่คว้าแบ่งออกเป็นมูลค่าการส่งออก(ม.ค.-ก.ย.2556) อยู่ที่4,778 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา และการนำเข้า (ม.ค.-ก.ย.2556)อยู่ที่ 9,004 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริก โดยสินค้าหลักจากไทยเพื่อการส่งออก คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางพารา อิเล็กทรอนืกส์ เซอร์กิต น้ำมันดิบ และ น้ำตาล ส่วนสินค้าที่เกาหลีส่งเข้ามาทำตลาดในไทย อาทิ เหล็ก ผลิตภัณฑ์เคมี ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ เครื่องประดับ และ เงิน







