posttoday
ชูตลาดหุ้นพัฒนาแล้วขาขึ้น

ชูตลาดหุ้นพัฒนาแล้วขาขึ้น

13 ธันวาคม 2556

ไทยพาณิชย์ชี้ปัจจัยหนุน3-4ปียังแจ๋วเชื่อเฟดไม่ลดคิวอีธ.ค.นี้รอแก้หนี้สหรัฐ

ไทยพาณิชย์ชี้ปัจจัยหนุน3-4ปียังแจ๋วเชื่อเฟดไม่ลดคิวอีธ.ค.นี้รอแก้หนี้สหรัฐ

บลจ.ไทยพาณิชย์ แนะเพิ่มพอร์ตลงทุนตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว มอง 3-4 ปีข้างหน้าราคายังไปต่อ

นายศรชัย สุเนต์ตา รองกรรมการผู้อำนวยการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนในปี 2557 มองว่าตลาดหุ้นพัฒนาแล้วจะให้ผลตอบแทนที่ดีมากกว่าตลาดหุ้นเกิดใหม่ หลังจากเศรษฐกิจในประเทศขนาดใหญ่ฟื้นตัวดีขึ้น ทำให้เงินทุนไหลกลับเข้าไปลงทุนตลาดพัฒนาแล้ว โดยมองว่าใน 34 ปีข้างหน้าตลาดหุ้นพัฒนาแล้วยังเป็นตลาดที่น่าสนใจลงทุนและราคาหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้ต่อ

“เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวชัดเจนหนุนราคาหุ้นยังดูดี เช่นเดียวกับยุโรปเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว หุ้นเริ่มผงกขึ้นจึงจัดเป็นหุ้นเทิร์นอะราวด์ ผลตอบแทนสูงแต่ก็เสี่ยงสูงเช่นกัน ส่วนญี่ปุ่นแม้ดูแพง แต่ระยะยาวยังได้ผลดีจากเงินเยนอ่อนดีต่อส่งออก หนุนกำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโต ทำให้หุ้นเหล่านี้น่าสนใจ” นายศรชัย กล่าว

สำหรับพอร์ตการลงทุนสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง จากปัจจุบันหากลงทุนในหุ้น 50% และตราสารหนี้ 50% แนะนำให้เพิ่มหุ้นเป็น 70% และลดตราสารหนี้ลงเหลือ 30% โดยในส่วนที่เป็นหุ้นให้น้ำหนักหุ้นต่างประเทศ 70% และหุ้นไทย 30% ตลาดหุ้นต่างประเทศที่แนะนำ ได้แก่ สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ส่วนจีนหุ้นถูกมาก แต่ยังอยู่ระหว่างปฏิรูปประเทศ ราคาจึงยังไม่หวือหวา

“ตัวเลขจีดีพีสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาด ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงตัวหนึ่งของตลาดเกิดใหม่ ทำให้ปีนี้ผลงานตลาดเกิดใหม่ไม่ค่อยดีเมื่อเทียบตลาดพัฒนาแล้ว เริ่มตั้งแต่กลางปีข่าวหยุดอัดฉีดสภาพคล่อง ทำให้ค่าเงินสหรัฐแข็งค่า เงินไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ ทั้งที่ตลาดหุ้นเกิดใหม่ไม่ได้แย่ เพียงแต่กำไรจะน้อยกว่าตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว เช่นเดียวกับหุ้นไทยที่ผลตอบแทนอาจลดลง” นายศรชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม การเตรียมปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของสหรัฐ อาจทำให้นักลงทุนกังวลถึงการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ แต่ปีนี้เงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นไทยค่อนข้างมากแล้ว

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันต่างชาติขายสุทธิประมาณ 1.6 แสนล้านบาท ซึ่งเกือบเท่ากับเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาลงทุนหุ้นไทยในช่วง 5 ปี หลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์หรือตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบันที่มียอดซื้อสุทธิอยู่ 1.8 แสนล้านบาท จึงเหลืออยู่ในหุ้นไทยไม่มากแล้ว โดยเฉพาะเดือน พ.ย.-ธ.ค. ต่างชาติขายหนักกว่า 6 หมื่นล้านบาท

นายศรชัย กล่าวว่า สาเหตุที่ต่างชาติขายหุ้นไทยออกไปมากกว่าตลาดในกลุ่ม TIP (ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์) เนื่องจากต่างชาติได้กำไรจากตลาดหุ้นไทยมากกว่าตลาดอื่น โดยตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติมีกำไร 190%

ขณะที่การประชุมของเฟดในเดือน ธ.ค.นี้ คาดว่ายังไม่มีการปรับลดคิวอีลง อาจรอให้ปัญหาหนี้สหรัฐซึ่งจะครบกำหนดในเดือน ม.ค.ผ่านไปก่อน หากรีบดำเนินการอะไรไปจะส่งผลต่อสภาพคล่องในระบบได้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงคาดการณ์ว่าจะปรับลดคิวอีในเดือนมี.ค.นี้

“จริงๆ แล้วการชะลอคิวอีอาจนับเป็นข่าวดี เพราะจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจสหรัฐต้องมีสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่องและมั่นคงเท่านั้น ดังนั้น การชะลอคิวอีน่าจะเป็นเพียงผลของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมากกว่าจะเป็นเหตุให้เกิดเศรษฐกิจถดถอยหรือวิกฤตการเงินโลก” นายศรชัย กล่าว

นอกจากนี้ แม้เฟดอาจชะลอการอัดฉีดสภาพคล่องในปีหน้า แต่ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่นๆ ยังคงทำคิวอีต่อไป เช่น ญี่ปุ่น อังกฤษ หรือแม้แต่ยุโรป ก็ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้ระบบเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท