
แอร์เอเชียเชื่อปีหน้าธุรกิจบินยังโตลุ้นการเมืองถ่วง
ธุรกิจการบินในไทยขยายตัวทุกปี ในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เติบโต
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ธุรกิจการบินในไทยขยายตัวทุกปี ในทิศทางเดียวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เติบโต ทว่าเมื่อเหตุวุ่นวายทางการเมืองกระทบท่องเที่ยว ก็ย่อมฉุดธุรกิจการบินไปด้วย
ทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า บริษัทมองภาพรวมธุรกิจสายการบินในไทยปีหน้าโตแน่นอน แต่จะมากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองจะยืดเยื้อนานหรือไม่ ที่ผ่านมาไม่มีปีใดที่ธุรกิจการบินไม่โต หากไม่มีเหตุการณ์ ปกติจะโตปีละ 1012% แต่ถ้ามีเหตุการณ์ชุมนุมยืดเยื้อถึงปีหน้า จะโตต่ำกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากสายการบินเปิดใหม่มากขึ้น ทำให้สายการบินแข่งขันกันจัดโปรโมชั่น ช่วยกระตุ้นตลาดได้ ไทยแอร์เอเชียก็จะมีโปรโมชั่นโหมโรงต่อเนื่องเช่นกัน
สำหรับการแข่งขันของตลาดการบินในประเทศรุนแรงขึ้นแน่นอน เพราะสายการบินใหม่ๆ ที่เข้ามาย่อมต้องการชิงส่วนแบ่งการตลาดไป ซึ่งยังมีช่องว่างทางการตลาดเหลืออยู่ให้สายการบินใหม่ แต่ก็คงไม่มาก เพราะสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) รายใหญ่ในไทยที่ให้บริการอยู่ ครองส่วนแบ่งตลาดไปแล้ว 8090% ในส่วนของไทยแอร์เอเชีย มีส่วนแบ่งเกือบ 50% ปีหน้าวางเป้าหมายรักษาส่วนแบ่งการตลาดเอาไว้ให้ได้ระดับเดิม
ทั้งนี้ สายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์หน้าใหม่ที่เข้ามา ล้วนมีแผนการบินเส้นทางในอาเซียนเป็นหลัก จะช่วยกระตุ้นให้ตลาดอาเซียนเติบโตสูง แต่ไม่มีผลกระตุ้นตลาดอื่นๆ เช่น ยุโรป อเมริกา เกาหลีใต้ หรือจีน ตลาดเหล่านี้ยังได้รับผลกระทบจากที่สถานทูตหลายประเทศออกประกาศเตือนการเดินทาง เมื่อไหร่ที่สถานทูตต่างประเทศลดระดับการเตือนหรือยกเลิกการเตือนไปเลย จะทำให้ตลาดเหล่านี้กลับมาได้ใน 60 วัน
“ถ้าการชุมนุมทางการเมืองจบสิ้นปีนี้ ไม่ชุมนุมระยะยาว ไม่เกินกลางปีหน้าจะเห็นการจองตั๋วเครื่องบินช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ปีหน้าเข้ามาเต็มเม็ดเต็มหน่วย และเป็นไปได้ที่ยอดจองช่วงไฮซีซั่นปีหน้าอาจมากกว่าปกติ เพราะคนที่ชะลอเดินทางปีนี้ จะเร่งเดินทางไฮซีซั่นปีหน้าชดเชย” ทัศพล กล่าว
ด้านอัตราการบรรทุกผู้โดยสารต่อเที่ยวบิน (โหลดแฟกเตอร์) ทั้งปีนี้ น่าจะถึง 82% ตามเป้าหมาย ขณะที่ไตรมาสแรกปีหน้า มียอดจองเข้ามาทำให้โหลดแฟกเตอร์น่าจะถึง 85% สูงกว่าไตรมาสแรกปีนี้ซึ่งมี 80% ส่วนทั้งปีหน้ายังไม่ได้วางเป้าหมาย เพราะต้องรอดูสถานการณ์การเมืองก่อน แต่เบื้องต้นน่าจะเกิน 80%
แผนงานปีหน้ายังคงเดินหน้าตามเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวสายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ บินในเส้นทางรัศมีไม่เกิน 8 ชั่วโมง น่าจะเริ่มบินได้กลางหรือปลายไตรมาสแรกปีหน้า และแผนขยายเส้นทางบินไทยแอร์เอเชีย ยังเน้นเส้นทางจีนและอินโดจีน โดยไทยแอร์เอเชียมีเส้นทางบินเชื่อมต่อในอาเซียนมากที่สุด เมื่อเทียบสายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์อื่น
ทัศพล กล่าวถึงข้อเสนอต่อสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันว่า เสียงของประชาชนคือสิ่งที่รัฐบาลต้องฟัง ไม่ว่าจะเป็นเสียงส่วนน้อยหรือส่วนมากก็ตาม เมื่อปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไปจะไม่เป็นผลดีต่อประเทศไทยซึ่งยังเน้นเรื่องรายได้การท่องเที่ยวเป็นหลัก สถานการณ์มีผลกระทบในวงกว้าง เพราะคนที่ทำอาชีพเกี่ยวข้องกับภาคท่องเที่ยว มีสัดส่วนมากเป็นอันดับ 2 รองจากภาคเกษตรกรรม
“อยากให้ทั้งสองฝ่าย คำนึงถึงภาคท่องเที่ยวด้วย หากไทยยังต้องพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลักอยู่ เหตุการณ์ไม่มีทางจบได้ถ้าไม่พูดคุยกัน การที่แต่ละฝ่ายออกมาพูดคุยผ่านสื่ออย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้เหตุการณ์จบได้ ล่าสุดภาคธุรกิจก็อยากช่วยกันเป็นตัวกลางหาทางออก เพราะคงเริ่มเห็นผลกระทบในระยะต่อไป หากปล่อยให้ยืดเยื้อ” ทัศพล กล่าว
เมื่อพิจารณาสถานการณ์ประเทศไทย จะพบว่า เผชิญเหตุการณ์ชุมนุมวนเวียน ทำให้ประเทศหยุดนิ่งมาเกือบ 10 ปีแล้ว ถ้ายังไม่ทำให้ทุกอย่างจบ ไทยจะหยุดนิ่งด้านการพัฒนาภาคท่องเที่ยวต่อไป ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอื่นเร่งพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เช่น กัมพูชา หรือเวียดนาม จากเดิมที่ไทยเคยเป็นประเทศที่มีเสน่ห์ในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติและไม่มีคู่แข่งใดเทียบ เพราะประเทศอื่นยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับนักท่องเที่ยวได้ดีเท่า เสน่ห์ของไทยจะค่อยๆ เลือนหาย ประเทศเพื่อนบ้านจะแบ่งส่วนแบ่งการตลาดไปทีละน้อย
ทุกฝ่ายอยากเห็นประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อที่เศรษฐกิจจะกลับมาเดินหน้าดังเดิม







