posttoday
ส่องเศรษฐกิจปี"57"ส่งออกดี-การเมืองแย่"

ส่องเศรษฐกิจปี"57"ส่งออกดี-การเมืองแย่"

13 ธันวาคม 2556

 เริ่มต้นปี 2557 เศรษฐกิจไทยน่าจะอยู่ในภาวะไม่สดใสนัก เพราะต้องเผชิญมรสุมทางการเมืองที่ยังไม่มีทางออกและส่อเค้าว่าจะมีความขัดแย้งรุนแรงได้ ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนการส่งออก และเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยน่าจะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป

 
เริ่มต้นปี 2557 เศรษฐกิจไทยน่าจะอยู่ในภาวะไม่สดใสนัก เพราะต้องเผชิญมรสุมทางการเมืองที่ยังไม่มีทางออกและส่อเค้าว่าจะมีความขัดแย้งรุนแรงได้ ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนการส่งออก และเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยน่าจะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จัดทำรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยในหัวข้อ “เศรษฐกิจไทยปี 2557 ฟื้น ทรง ทรุด?” เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. โดยมองว่า การส่งออกจะเป็นแรงส่งสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยปี 2557 ขยายตัวได้ดีกว่าปี 2556 แต่ปัจจัยการเมืองในประเทศเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลเชิงลบต่อเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น และกรณีเลวร้ายที่สุด การส่งออกขยายตัวต่ำกว่า 7% และไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ทันครึ่งปีแรกของปี 2557 เศรษฐกิจจะขยายตัวเพียง 0.5% เทียบกับปี 2556 ที่คาดว่าจะขยายตัวต่ำกว่า 3%

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2557 มีสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะเศรษฐกิจในประเทศที่เป็นแกนหลักของโลกฟื้นตัว เช่น เศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปน่าจะมีอัตราการเติบโตที่สูง ส่วนจีนและญี่ปุ่นจะสามารถรักษาอัตราการเติบโตใกล้เคียงกับปี 2556 ขณะที่ตลาดเกิดใหม่จะหันไปใช้นโยบายรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจโลกในภาพรวมฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ทั้งนี้ เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ส่งผลดีต่อการส่งออกของไทย ซึ่งทางศูนย์ฯ คาดว่าการส่งออกของไทยปี 2557 จะขยายตัวได้ 59% หรือมีค่ากลางที่ 7% โดยมีปัจจัยสนับสนุน 4 ด้าน ได้แก่ 1.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เป็นคู่ค้าของไทย เช่น สหรัฐ จีน ยุโรป ฮ่องกง และอาเซียน จะทำให้คำสั่งซื้อสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อัญมณีและเครื่องประดับ เคมีภัณฑ์ รวมถึงเครื่องสำอาง น่าจะขยายตัวดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีมูลค่าส่งออก 24% ของมูลค่าส่งออกรวมของไทย

2.อุตสาหกรรมบางกลุ่มของไทยมีแผนขยายกำลังการผลิตเพื่อส่งออก อาทิ อุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนที่จะมีการส่งออกเพิ่มขึ้นไปยังออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาใต้ ยูเออี และชิลี 3.การคลี่คลายจากปัญหาอุปทาน คือ การคลี่คลายปัญหาโรคกุ้งตายด่วน ซึ่งทำให้ไทยส่งออกกุ้งไปสหรัฐ ญี่ปุ่น และยุโรป ได้เพิ่มขึ้น และ 4.ทิศทางราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ เช่น น้ำตาล ยางพาราและผลิตภัณฑ์ยาง และข้าว น่าจะไม่ทรุดตัวมากนัก

อย่างไรก็ตาม ทิศทางการเมืองในระยะข้างหน้าเป็นตัวแปรที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในด้านการบริโภค การลงทุน และการท่องเที่ยว ตลอดจนการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ โดยเฉพาะงบลงทุน ซึ่งทางศูนย์ฯ ประเมินว่า หากมีรัฐบาลใหม่และเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในครึ่งปีแรก พร้อมทั้งมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะทำให้เศรษฐกิจทั้งปี 2557 ขยายตัวได้ 4.5% แต่หากไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือมีแต่ส่งผลช้าๆ เศรษฐกิจจะขยายตัว 3.7%

ส่วนกรณีเลวร้ายไม่มีรัฐบาลใหม่ทันภายในครึ่งปีแรก ปี 2557 แต่การส่งออกยังเติบโตได้ตามเป้าหมาย คือ 59% เศรษฐกิจจะขยายตัว 2.5% และหากเลวร้ายที่สุดการส่งออกต่ำกว่าเป้าหมาย เศรษฐกิจจะขยายตัว 0.5% เท่านั้น

“หากมีรัฐบาลใหม่ภายในครึ่งปีแรกได้ จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นและทำให้เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนต่อไปได้ แต่ช่วงครึ่งปีแรกจีดีพีอาจเติบโตได้ต่ำกว่า 3% ก่อนจะกลับมาขยายตัวที่ระดับ 56% ในครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นกรณีพื้นฐานที่เรามองไว้” พิมลวรรณ มหัจฉริยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าว

นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังจัดทำตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจหากปัญหาการเมืองยังดำเนินไปต่อเนื่องจนถึงปี 2557 โดยประเมินว่า หากสถานการณ์เมืองกลับสู่ภาวะปกติ เศรษฐกิจมีโอกาสขยายตัวที่ 3.74.5% จากปี 2556 ที่คาดว่าจะขยายตัว 2.7% การบริโภคเอกชนขยายตัว 22.4% จากปี 2556 ที่ขยายตัว 0.6% การลงทุนขยายตัว 3.35.3% จากปี 2556 ที่การลงทุนติดลบ 0.9% การส่งออกขยายตัว 57% จากปี 2556 ที่ขยายตัว 0.5% ส่วนอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ 1.92.4% ใกล้เคียงกับปี 2556 ที่อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.2% และดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 1001,600 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับปี 2556 ที่คาดว่าไทยจะขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 4,600 ล้านเหรียญสหรัฐ

แต่หากการเมืองยังมีความขัดแย้งรุนแรง ซึ่งทำให้เศรษฐกิจในประเทศสะดุด เศรษฐกิจปี 2557 จะขยายตัวได้ที่ 2.5% การบริโภคเอกชนขยายตัว 0% การลงทุนขยายตัว 0% การส่งออกขยายตัว 7% อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.8% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 6,400 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับกรณีที่เลวร้ายที่สุด คือ การเมืองมีความขัดแย้งรุนแรง เศรษฐกิจในประเทศสะดุด และการส่งออกเติบโตต่ำกว่าเป้าหมาย ทางศูนย์ฯ คาดว่า เศรษฐกิจปี 2557 จะขยายตัวเพียง 0.5% การบริโภคเอกชนขยายตัว 0% การลงทุนขยายตัว 0% การส่งออกขยายตัว 3% อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.3% และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ท่ามกลางปัจจัยท้าทาย ทั้งด้านการผลิต คำสั่งซื้อ และสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ทางศูนย์ฯ เสนอแนะว่า ผู้ประกอบการต้องปรับตัว โดยเน้นพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและธุรกิจ สร้างการรับรู้ในแบรนด์สินค้า และบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้า ขยายฐานการค้า และใช้สิทธิประโยชน์จากการเปิดเสรี ตลอดจนรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรม สร้างความเข้มแข็งและยืดหยุ่นทางธุรกิจรับ Maga Trends

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท