
"ไลอ้อนแอร์"รุกอาเซียนชิงเค้กตลาดโลว์คอสต์
การเปิดเสรีการบินอย่างเต็มรูปแบบของ 10 ชาติอาเซียนในปี 2558 เป็นแรงดึงดูดสำคัญให้สายการบินต่างๆ ในภูมิภาค หวังแย่งชิงตลาดผู้โดยสารกว่า 600 ล้านคน และการขนส่งสินค้าได้อย่างเสรี
การเปิดเสรีการบินอย่างเต็มรูปแบบของ 10 ชาติอาเซียนในปี 2558 เป็นแรงดึงดูดสำคัญให้สายการบินต่างๆ ในภูมิภาค หวังแย่งชิงตลาดผู้โดยสารกว่า 600 ล้านคน และการขนส่งสินค้าได้อย่างเสรี
ไลอ้อนแอร์ กรุ๊ป (Lion Air Group) หนึ่งในกลุ่มสายการบินที่น่าจับตามองของอินโดนีเซีย ประกอบด้วยสายการบินไลอ้อนแอร์ (Lion Air) และวิงส์แอร์ (Wings Air) ซึ่งเป็นเจ้าตลาดภายในประเทศกว่า 50% ด้วยการให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ (Lowcost) เชื่อมต่อจุดหมายปลายทางทั้งภายในประเทศและทวีปเอเชีย เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และซาอุดิอาระเบีย ก่อนที่จะเริ่มหันมาจับตลาดแบบสายการบินเต็มรูปแบบ (FullService) ภายในประเทศด้วยการตั้งสายการบินบาติกแอร์ (Batik Air) ในปี 2556
ในปีนี้ไลอ้อนแอร์ กรุ๊ป ยังได้สยายปีกเข้าสู่ตลาดอาเซียนอย่างเต็มตัวด้วยการตั้งสายการบินมาลินโดแอร์ (Malindo Air) ในมาเลเซีย และไทยไลอ้อนแอร์ (Thai Lion Air) ในประเทศไทย เพื่อมุ่งสู่การเป็นกลุ่มสายการบินเบอร์หนึ่งของภูมิภาคอาเซียน
ไลอ้อนแอร์เติบโตจากตลาดภายในด้วยกลยุทธ์โลว์คอสต์ อินโดนีเซียเป็นตลาดการบินที่ใหญ่สุดในภูมิภาคเพราะมีพื้นที่กว้าง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเกาะที่ต้องใช้เครื่องบินในการเดินทาง รวมถึงมีประชากรมากถึง 250 ล้านคน แต่ส่วนใหญ่มีรายได้ต่อคนไม่สูง จึงเป็นโอกาสของสายการบินราคาประหยัดอย่างไลอ้อนแอร์ที่เข้ามาทีหลังแต่ครองส่วนแบ่งตลาดภายในได้สูงถึง 50% หรือคิดเป็น 32% ของตลาดโลว์คอสต์ในอาเซียน เป็นอันดับ 2 รองจากกลุ่มแอร์เอเชียที่มีส่วนแบ่ง 34%
นอกจากนี้ การเข้ามาของคู่แข่งอย่างอินโดนีเซีย แอร์เอเชีย ไทเกอร์แอร์ แมนดาลา ทำให้เจ้าตลาดเดิมอย่างไลอ้อนต้องปรับตัวด้วยการตั้งสายการบินบาติกแอร์ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดบริการเต็มรูปแบบ
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า คำสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 737 จำนวน 230 ลำ ในปี 2554 และแอร์บัส เอ320 จำนวน 234 ลำ ของไลอ้อนแอร์ จะถูกใช้ในการเพิ่มเส้นทางบินใหม่และเพิ่มความถี่ในเส้นทางเดิมเพื่อปกป้องตลาดภายใน ส่วนที่เหลือจะถูกใช้ในยุทธศาสตร์การเป็นสายการบินระดับภูมิภาค โดยเฉพาะฐานการบินในอินโดนีเซียที่อาจใช้เป็นฮับเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคโอเชียเนีย เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และเกาะทางตะวันออกเพิ่มขึ้น
ขณะที่ในปีนี้ ไลอ้อนแอร์เริ่มเจาะตลาดเพื่อนบ้านด้วยการสร้างจุดเหมือนจุดต่างที่น่าสนใจ ทั้งการขยายตลาดเข้าสู่มาเลเซียด้วยการตั้งสายการบินมาลินโดแอร์ ใช้กลยุทธ์แบบไฮบริดที่บริหารแบบโลว์คอสต์ แต่เน้นจับตลาดบริการเต็มรูปแบบที่ยังมีโอกาสในการแข่งขัน
อีกทั้งได้ตั้งสายการบินโลว์คอสต์ ไทยไลอ้อนแอร์ซึ่งใช้กลยุทธ์ราคาที่แข่งขันได้พร้อมให้บริการอยู่กึ่งกลางระหว่างนกแอร์และไทยแอร์เอเชีย โดยเห็นโอกาสจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ส่วนแบ่งตลาดโลว์คอสต์ของไทยยังมีเพียง 29% ยังสามารถเติบโตได้ถึง 50% เหมือนตลาดอื่นๆ ในอาเซียน
EIC มองว่า ไลอ้อนแอร์ตั้งใจวางยุทธศาสตร์สามเหลี่ยมการบินเชื่อมต่อสามภูมิภาคโดยใช้มาเลเซียเป็นฐานเชื่อมกับภูมิภาคเอเชียใต้ เช่น อินเดีย และวางไทยเป็นฐานเชื่อมเอเชียตะวันออก โดยเฉพาะตลาดจีน เพื่อเชื่อมต่อกับตลาดในประเทศที่แข็งแกร่งและตลาดโอเชียเนีย ซึ่งมีประชากรรวมกันถึงเกือบครึ่งโลก เพื่อสานฝันไลอ้อนแอร์สู่การเป็นสายการบินภูมิภาคอันดับหนึ่งของอาเซียนภายใต้สโลแกน “We Make People Fly” ซึ่งต้องพิสูจน์ว่า พยัคฆ์ติดปีกรายนี้จะอยู่รอดในศึกชิงเจ้าเวหาของตลาดอาเซียนได้หรือไม่







