
ยุบสภารถไฟฟ้า2สายดีเลย์
สนข.ชี้ยุบสภา ทำรถไฟฟ้า 2 สายดีเลย์ เผยใช้งบปกติศึกษาต่อไฮสปีดเทรน
สนข.ชี้ยุบสภา ทำรถไฟฟ้า 2 สายดีเลย์ เผยใช้งบปกติศึกษาต่อไฮสปีดเทรน
นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า การประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา จะส่งผลต่อการลงทุนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต มูลค่าประมาณ 3.81 หมื่นล้านบาท และรถไฟฟ้าสายสีชมพู มีนบุรี-แคราย มูลค่าประมาณ 5.86 หมื่นล้านบาท โดยทั้งสองสายอยู่ระหว่างทำเรื่องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติ การยุบสภาทำให้จำเป็นจะต้องรอรัฐบาลใหม่
สำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ระหว่างการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทนั้น มีโครงการที่วางแผนไว้ว่าจะลงทุนในปี 2557 วงเงินรวมประมาณ 8 หมื่นล้านบาท และเป็นโครงการที่ไม่ได้มีการบรรจุไว้ในงบประมาณ 2557 โครงการเหล่านี้จะได้รับผลกระทบชัดเจนช่วงกลางปี 2557
ทั้งนี้ หากรัฐบาลใหม่เห็นว่าควรเสนอให้จัดงบกลางมาดำเนินการ ก็สามารถทำได้ในบางโครงการที่มีความพร้อม เช่น โครงการก่อสร้างและขยายถนน 4 เลน ระยะที่ 2 โครงการปรับปรุงอาณัติสัญญาณและรั้วกั้นทางรถไฟ การสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าที่เชียงของ จ.เชียงราย โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ปาดังเบซาร์ ซึ่งจะต้องเชื่อมกับรถไฟของมาเลเซีย เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558
“โครงการเหล่านี้ไม่สามารถใช้วิธีโยกงบของกระทรวงคมนาคมในปี 2557 มาได้เลย หากไม่ใช้งบกลาง ก็คงต้องเสียเวลาไป 1 ปี และต้องไปเบียดงบลงทุนในปี 2558 แทน แต่เนื่องจากกระทรวงคมนาคมได้งบประมาณปีละ 1 แสนล้านบาท ถ้าใส่งบส่วนนี้เพิ่มอีก 8 หมื่นกว่าล้านในปี 2558 อาจจะยากในทางปฏิบัติ ส่วนจะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) เพิ่มหรือลดลง คงตอบยาก เพราะกระทรวงการคลังเป็นผู้ประเมิน เมื่อโครงการต่างๆ ล่าช้าอาจจะเป็นไปได้ในการส่งผลกระทบต่อการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มประชาคมอาเซียน”นายจุฬา กล่าว
นอกจากนี้ โครงการที่พร้อมในปี 2558-2560 จะไม่ค่อยได้รับผลกระทบ แต่คาดว่าโครงการที่ต้องใช้เงิน 2 ล้านล้านบาท ในปี 2557 จะเริ่มได้รับผลกระทบในช่วงกลางปี เพราะส่วนใหญ่เป็นโครงการที่พร้อมดำเนินการและต้องใช้เงิน หากรัฐบาลใหม่ไม่ดำเนินการใดๆ
ด้านโครงการรถไฟความเร็วสูง ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา และขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่ว่าจะดำเนินการอย่างไร หากให้เดินหน้าต่อก็ทำได้ตามขั้นตอน โดย สนข.จะต้องศึกษาและรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ครบทั้ง 4 เส้นทาง เพราะได้รับงบรายจ่ายประจำปีในการศึกษา ส่วนรัฐบาลใหม่จะดำเนินการต่อหรือไม่เป็นเรื่องนโยบาย
ขณะที่โครงการรถไฟทางคู่ 5 เส้นทาง คือ สายลพบุรี-ปากน้ำโพ มาบกะเบา-ชุมทางจิระ นครปฐม-หัวหิน ชุมทางจิระ-ขอนแก่น และประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร อยู่ระหว่างการศึกษา และยังไม่พร้อมดำเนินโครงการ จะไม่ได้รับผลกระทบ
อย่างไรก็ตาม โครงการที่อยู่ในวงเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทนั้น ส่วนใหญ่จะมีความเห็นเกี่ยวกับวิธีการใช้เงิน แต่ไม่ได้ระบุว่าโครงการใดไม่ควรทำ และที่เป็นประเด็นมากที่สุด คือ โครงการรถไฟความเร็วสูงที่มีผู้วิจารณ์ว่าเร็วไป ส่วนตัวจึงเชื่อว่าโครงการใน พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ควรทำ แต่อาจติดขัดเรื่องการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ภายในครั้งเดียวอาจไม่เหมาะสม รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาจะต้องหาวิธีการจัดหาเงินมาทำ โดยตั้งงบประมาณเพิ่มเติม แต่ไม่ควรดำเนินการช้าไปกว่านี้ มิฉะนั้นนักลงทุนอาจไม่มั่นใจและไปลงทุนที่อื่นแทน







