
สินค้าภาคเกษตรไทยผงาด
ข้อตกลงดับเบิลยูทีโอเอื้อประโยชน์คาดอนาคตโลกพึ่งพาเอฟทีเอน้อยลง
ข้อตกลงดับเบิลยูทีโอเอื้อประโยชน์คาดอนาคตโลกพึ่งพาเอฟทีเอน้อยลง
ชี้ดับเบิลยูทีโอบรรลุข้อตกลงเพิ่มโอกาสสินค้าเกษตรไทยและประเทศกำลังพัฒนา ลดพึ่งพาค้าเสรี
นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การที่องค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ได้บรรลุข้อตกลงทางการค้าโลกร่วมกันได้ จะเป็นโอกาสที่ดีต่อประเทศไทยและประเทศที่กำลังพัฒนา โดยเฉพาะในสินค้าเกษตรที่จะมีโอกาสขยายตลาดไปยังประเทศสมาชิกดับเบิลยูทีโอ 159 ประเทศได้มากขึ้น ซึ่งมีทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป (อียู) รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่เป็นตลาดสินค้าเกษตรของไทย
ดังนั้น จะส่งผลให้มูลค่าการค้าของโลกเพิ่มขึ้น จากการลดขั้นตอนด้านกระบวนการศุลกากรลงเพื่อความโปร่งใส การพัฒนาการค้าแบบปลอดภาษีให้กับประเทศที่ยากจน และการขยายโอกาสแก่ประเทศกำลังพัฒนาให้สามารถเพิ่มเงินอุดหนุนในภาคการเกษตรได้
ทั้งนี้ การบรรลุข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้การค้าโลก รวมทั้งของไทยในอนาคตไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เนื่องจากแต่เดิมการเริ่มเปิดเจรจาเขตการค้าเสรีนั้น เกิดจากการที่ข้อตกลงของดับเบิลยูทีโอไม่สามารถบรรลุได้ ประเทศต่างๆ จึงต้องหันมาเปิดการเจรจาการค้าเสรีร่วมกัน แต่เมื่อดับเบิลยูทีโอสามารถบรรลุเป้าหมายได้แล้วทุกประเทศก็น่าจะหันเข้ามาทำการค้าผ่านกรอบดับเบิลยูทีโอมากขึ้น ขณะที่การทำเอฟทีเอในอนาคตจะลดลง
“ในเรื่องการค้าการทำเขตการค้าเสรีภาษีเป็น 0% ดับเบิลยูทีโอก็ภาษีเป็น 0% แต่เขตการค้าเสรีก็ค้าขายได้ในเฉพาะประเทศคู่เจรจา แต่สมาชิกดับเบิลยูทีโอมีมากกว่า ซึ่งเป็นโอกาสให้เปิดตลาดได้ดีกว่า ยกเว้นแต่เป็นการทำเอฟทีเอแบบเจาะจงที่ไม่มีเป็นข้อตกลงอยู่ในดับเบิลยูทีโอ” นายอัทธ์ กล่าว
สำหรับข้อดีในการค้าผ่านกรอบดับเบิลยูทีโอจะทำให้ตลาดมีสมาชิกมากขึ้น เพราะมีสมาชิกอยู่จำนวน 159 ประเทศ มีกติกาการค้าที่ชัดเจน ซึ่งการค้าโลกส่วนใหญ่ก็อิงกฎกติกาของดับเบิลยูทีโอ และการค้าผ่านดับเบิลยูทีโอเมื่อเกิดข้อพิพาทจะมีคณะกรรมการดูแลข้อพิพาทอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ประเทศคู่ค้าไม่สามารถตั้งมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีได้ เพราะประเทศที่ได้รับผลกระทบจะสามารถฟ้องร้องดับเบิลยูทีโอได้ ขณะที่การค้าขายผ่านกรอบเอฟทีเอในบางครั้งยังมีการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ขณะที่การขยายโอกาสแก่ประเทศกำลังพัฒนาให้สามารถเพิ่มเงินอุดหนุนในภาคการเกษตรได้นั้น หมายถึงการอุดหนุนในด้านการเพิ่มศักยภาพทางภาคการเกษตร เช่น สนับสนุนการทำมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตรให้ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศกำลังพัฒนา ที่ส่วนใหญ่มีพื้นฐานมาจากประเทศเกษตรกรรม
อย่างไรก็ตาม การอุดหนุนที่เป็นการทำลายคู่ค้าในตลาด เช่น การแทรกแซงราคาจนคู่ค้าแข่งขันไม่ได้นั้นไม่สามารถทำได้







