
ไฮโดรดึงพันธมิตรร่วมทุน25%
ลั่นเปิดตัวต้นปีหน้าหาเงินทุ่มลงทุนพม่า
ลั่นเปิดตัวต้นปีหน้าหาเงินทุ่มลงทุนพม่า
ปี’57กำไรแจ่มชัวร์.HYDRO มองหาพันธมิตรให้เข้าถือหุ้น 10-25% เป็นทุนรองรับเข้าประมูลงานพม่า แย้มปีหน้ากำไรพุ่ง
นายสลิบ สูงสว่าง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮโดรเท็ค (HYDRO) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อหาพันธมิตรให้เข้ามาถือหุ้นในบริษัทสัดส่วน 10-25% หลังจากการแลกหุ้นกับบริษัท ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์ (UAC) ล้มเลิกไปก่อนหน้านี้
บริษัทคาดว่าต้นปีหน้าจะได้ข้อสรุปเรื่องพันธมิตร เพื่อต้องการเงินสำหรับเข้าประมูลงานโครงการบำบัดน้ำเสียในนิคมอุตสาหกรรมในย่างกุ้ง ประเทศพม่า ซึ่งมีมูลค่าขนาดใหญ่ 800-1,000 ล้านบาท
“จังหวะนี้เป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่จะหาพันธมิตร เพราะราคาหุ้นของบริษัทอยู่ในระดับต่ำ ฝั่งผู้ซื้อจะได้ประโยชน์ ขณะที่บริษัทเองก็มีความจำเป็นต้องใช้เงิน แต่ขนาดการถือหุ้นไม่ได้ใหญ่เท่ากับดีลที่เคยตกลงกับ UAC ก่อนหน้านี้” นายสลิบ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมเข้าร่วมประมูลงาน รวมประมาณ 5,800 ล้านบาท แบ่งเป็นในประเทศ 2,230 ล้านบาท และต่างประเทศประมาณ 3,500 ล้านบาท พม่าและอินโดนีเซีย โดยมุ่งเน้นพม่าเป็นหลัก ในจำนวนนี้ได้รวมงานในนิคมฯ ย่างกุ้ง 8001,000 ล้านบาทแล้ว
นายสลิบ กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะเข้าร่วมประมูลงานอีกจำนวนมากและมีกระแสเงินทุนเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ นอกจากจะอาศัยเงินทุนของบริษัท ยังสามารถใช้แนวทางการหาพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุนในแต่ละโครงการ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศแสดงความสนใจเข้าร่วม มีทั้งผู้ลงทุนและผู้ประกอบการในธุรกิจน้ำอยู่แล้ว แต่มีความต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการที่บริษัทดำเนินการอยู่
ในปีนี้รายได้ของบริษัทน่าจะทำได้เพียงกว่า 700 ล้านบาทเท่านั้น ต่ำกว่าเป้าหมายและต่ำกว่ารายได้ในปี 2555 ที่มีรายได้ 881 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิกว่า 1% เท่านั้น สาเหตุเนื่องจากหลายโครงการในปี 2555 มีความล่าช้าจากหลายสาเหตุ ทั้งปัญหาน้ำท่วม ค่าแรง ยิ่งการทำงานล่าช้าทำให้ต้นทุนโดยรวมเพิ่มขึ้น กำไรน้อยลง แต่งานเหล่านี้ได้ทำแล้วเสร็จไปแล้ว 8090% เหลือแค่ 12 งานที่ยืดเยื้อจากปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือมูลค่าราว 14,318.17 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในปี 2557 ราว 800 ล้านบาท และจะเริ่มรับรู้รายได้ในโครงการผลิตน้ำประปาที่ จ.เชียงใหม่ ระยะแรกในไตรมาส 3 และระยะที่ 2 ในไตรมาส 4 จากนั้นจะรับรู้รายได้เต็มปีตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นไป
“ในปี 2557 เราจะดีกว่าปีนี้ คาดว่ารายได้จะเติบโตไม่น้อยกว่า 15% เพราะงานล่าช้าจะหมดแล้ว และตั้งแต่ไตรมาส 3 กำไรจากการลงทุนจะเริ่มรับรู้เข้ามาในงบการเงิน”
นายสลิบ กล่าวอีกว่า แม้ว่าจะไม่ใช่เม็ดเงินที่สูงแต่จะรับรู้เข้ามาในส่วนของกำไร เป็นผลบวกต่อกำไร คาดว่าจะทำให้อัตรากำไรสุทธิกลับไปยืนระดับปกติ 6% เท่ากับปี 2555 ได้ ประกอบกับธุรกิจในมือน่าจะดี และคาดว่าปี 2558 น่าจะเป็นปีที่ดี เพราะรับรู้กำไรจากการลงทุนเต็มปี
บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น เนื่องจากงานส่วนใหญ่เป็นงานขนาดกลาง โดยส่วนใหญ่ก็ได้รับอนุมัติงบประมาณมาแล้ว ซึ่งไม่เกี่ยวกับโครงการขนาดใหญ่ ทั้งโครงการ 2 ล้านล้านบาท และโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท







