
หุ้นไทยปิดบวก 1.93 จุด
ดัชนีหุ้นปิดที่ 1,361.67 จุด เพิ่มขึ้น 1.93 จุด จุด หรือ +0.14% มูลค่าการซื้อขาย 26,001.97 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นปิดที่ 1,361.67 จุด เพิ่มขึ้น 1.93 จุด จุด หรือ +0.14% มูลค่าการซื้อขาย 26,001.97 ล้านบาท
นายยศพณ แสงนิล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีการเคลื่อนไหวแกว่งตัวที่ผันผวนทั้งในแดนบวกและแดนลบในกรอบแคบๆ เนื่องจากได้รับปัจจัยกดดันจากทั้งปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศที่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนของทางออกของปัญหา เพราะทั้งกลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และรัฐบาลต่างยังยืนยันจุดยืนของแต่ละฝ่ายที่ยังขัดแย้งกันอยู่
นอกจากนี้ ยังมีอิทธิพลลบจากต่างประเทศที่กดดันตลาดหุ้นต่างประเทศในวันนี้ให้ปรับตัวลงในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลว่าในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ในวันที่ 17-18 ธ.ค.นี้ คาดว่าจะมีการตัดสินใจลดวงเงินในการดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(คิวอี)
สำหรับ แนวโน้มตลาดหุ้นในวันพรุ่งนี้ ประเมินว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะยังมีความผันผวนต่อเนื่องจากวันนี้ จากปัจจัยกดดันเดิมทั้งปัญหาการเมืองที่ยังไม่คลี่คลาย และปัจจัยต่างประเทศในการลดวงเงินคิวอี
"ตลาดหุ้นไทยแม้มีปัจจัยบวกจากกองทุนในประเทศที่เข้าซื้อช่วงปลายทั้ง LTF และ RMF แต่ยังมีปัจจัยการเมืองมากดดันและเรื่องความกังวลเรื่องการลดวงเงินคิวอีของเฟดลงทำให้ตลาดหุ้นผันผวน" นายยศพณ กล่าว
ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้ลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก คือ กลุ่มเดินเรือ ได้แก่ TTA, PSL และส่งออก ได้แก่ TUF และ GFPT ให้กรอบการเคลื่อนไหวดัชนีวันพรุ่งนี้ให้แนวรับที่ 1,360 จุด แนวต้านที่ 1,380 จุด
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
PTT มูลค่าซื้อขาย 1,432 ล้านบาท ปิดที่ 302.00 บาท ลดลง -3.00 บาท (-0.98%)
KBANK มูลค่าซื้อขาย 1,332 ล้านบาท ปิดที่ 167.00 บาท เพิ่มขึ้น +1.00 บาท(+0.60%)
INTUCH มูลค่าซื้อขาย 1,221 ล้านบาท ปิดที่ 75.25 บาท ลดลง-1.50 บาท(-1.95%)
AOT มูลค่าซื้อขาย 1,187 ล้านบาท ปิดที่ 183 บาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท (+0.27%)
JAS มูลค่าซื้อขาย 1,098, ล้านบาท ปิดที่ 7.85 บาท เพิ่มขึ้น+0.15 บาท (+1.95%)







