
เร่งเจาะตลาดพม่าปั้นธุรกิจตอบโจทย์ช่วงไข่ตั้ง
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร
ตอนนี้ถนนทุกสายกำลังมุ่งสู่ “พม่า” รวมถึงไทยที่เป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิด แต่ธุรกิจที่ชิงจังหวะบุกเร็วช่วงที่พม่าเพิ่งตั้งไข่กลับเป็นทุนต่างชาติจากทั่วโลก
สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ มองว่า พม่าเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่กว่าไทย แต่มีจีดีพีน้อยกว่า 8 เท่า ซึ่งไม่ใช่พม่าไม่มีศักยภาพ แต่เกิดจากที่ปิดตัวจากโลกภายนอกเป็นเวลานาน
ปัจจุบัน พม่ายังมีเศรษฐกิจแบบทำมาหากิน ทำเพื่อกินเองใช้เอง ยังไม่ใช่เศรษฐกิจแบบทำมาค้าขายผู้ประกอบการไทยต้องมองโอกาสจากสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในพม่า ได้แก่ 1.การลงทุนด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทั้งไฟฟ้า ประปา ถนน ฯลฯ เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศ ทำให้วัสดุก่อสร้างและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องมีโอกาสสูง
2.เกษตรกรรม เพราะรัฐบาลพม่าจะเน้นเพิ่มความเข้มข้นในการทำนา รวมถึงให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี เพื่อให้เป็นการเกษตรเชิงพาณิชย์ พม่าจึงสามารถพัฒนาภาคเกษตรได้รวดเร็วจากการเรียนรู้ประสบการณ์ของคนอื่น และไทยอาจจะสู้พม่าไม่ได้ในอนาคต ขณะเดียวกัน ก็จะกระจายกิจกรรมภาคการเกษตรให้มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น การปลูกปาล์มยางพารา ตามด้วยการแปรรูปสินค้าเกษตร ซึ่งยังต้องพึ่งพาไทย จึงเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจไทย
3.อุตสาหกรรมพื้นฐาน โดยจะเริ่มจากสิ่งทอและเสื้อผ้าที่ผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า รวมถึงอุตสาหกรรมพื้นฐานที่ตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น หม้อหุงข้าวไฟฟ้า พัดลม ตู้เย็น แรกๆ อาจยังผลิตไม่ได้ ต้องนำเข้าจากไทย แล้วค่อยๆ เริ่มผลิตเองโดยต้องเชื่อมห่วงโซ่อุปทานกับไทย เพราะไม่สามารถผลิตชิ้นส่วนได้เองทั้งหมด
4.ภาคบริการ มีโอกาสมากเพราะพม่าสนใจเรียนภาษาไทยเพื่อทำธุรกิจกับไทย รวมถึงการรักษาพยาบาลและการท่องเที่ยว ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากรของพม่ายังรองรับไม่ทัน
ประจวบ สุภินี ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาธุรกิจสู่สากล กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า เอสเอ็มอีไทยควรรีบคว้าโอกาสในตลาดพม่า และมองพม่าเป็นเหมือนอีกจังหวัดหนึ่ง เพราะไทยเคยพัฒนามาก่อน ทำให้มีประสบการณ์ ประกอบกับไทยและพม่าคล้ายกันทั้งแง่ภูมิศาสตร์ และพฤติกรรมของคนพม่า สินค้าไทยเป็นที่นิยมในพม่าโดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้เป็นสไตล์พม่า ผลิตขายในไทยอย่างไรก็ขายในพม่าได้
ผู้ประกอบการบางส่วนลังเลว่าสินค้าจะขายได้หรือไม่ ซึ่งจริงๆ แล้วคนพม่ามีกำลังซื้อมาก ยิ่งเมื่อเปิดประเทศภายใน 35 ปีจากนี้ ความต้องการสินค้าของคนพม่าจะเพิ่มขึ้นมากจากโครงสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น
ดังนั้น ไทยที่มีพื้นที่อยู่ติดกัน จึงมีศักยภาพที่จะนำสินค้าเข้าไปขายในพม่าได้เปรียบมากกว่าประเทศอื่นๆ แต่ทุกวันนี้เอสเอ็มอีไทยยังค้าขายกับพม่าไม่มากเท่าที่ควร
ทั้งนี้ สินค้าไทยมีโอกาสมาก แต่ก็ไม่ง่าย ตลาดพม่าเป็นแบบเข้ายากอยู่ง่าย ผู้ประกอบการไทยต้องทำการบ้าน อย่าหาข้อมูลจากไกด์ทัวร์ เพราะมีโอกาสประสบความสำเร็จน้อย ไกด์ท้องถิ่นไม่ได้รู้เรื่องธุรกิจ
ผู้ประกอบการควรลงภาคสนามให้เห็นสิ่งต่างๆเอง เข้าใจสิ่งที่พม่าเป็น และอย่าใจเร็ว ควรใช้เวลาเลือกคู่ค้า โดยมองประโยชน์ร่วมกัน เพราะตอนนี้พม่าอยู่ในฐานะเลือกได้ ในช่วง 35 ปีนี้คนพม่าน่าจะยังชอบคนไทย แต่หลังจากนั้นไม่แน่ว่าไทยจะยังมีเสน่ห์อีกไหม ผู้ประกอบการไทยจึงควรรีบมองตลาดพม่า
“คนพม่าตรงไปตรงมา พูดคำไหนคำนั้น แต่อาจใช้เวลาบ้าง และความเป็นเพื่อนมาก่อนธุรกิจ”







